ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    042132 อยากทราบความผิดผู้ไม่มีความรู้3 ตุลาคม 2553

    คำถาม
    อยากทราบความผิด

    สวัสดีค่ะ

    พอดีดิฉันมีเรื่องอยากจะเรียนถามอาจารย์ค่ะ

    เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันได้หมั้นหมายและจดทะเบียนอยู่กินกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งรับราชการและดิฉันก็รับราชการเช่นกัน   ก่อนที่จะหมั้นเขาก็บอกว่าเคยมีแฟนและได้เลิกกันแล้วเราจึงได้หมั้นและจดทะเบียนกันอยู่กินกันมาได้ประมาณ ๒ - ๓  เดือนผู้หญิงคนนั้นก็มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าเขากับแฟนดิฉันได้อยู่กินกันฉันสามีภริยากันและดิฉันมามีอะไรกับคนของเขาและเขาก็ท้องได้ ๒ เดือนแล้ว  มีหนังสือมาถึงผู้บังคับบัญชาเขา  ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ให้สามีดิฉันไปคุยให้เรียบร้อยจะได้ไม่เกิดปัญหากระทบถึงงาน  สามีก็ไปคุยพร้อมกับผู้ใหญ่ปรากฏว่าพาเขาไปตรวจแล้วเขาไม่ได้ท้องเรียกเงินสามีมา  ๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสามีดิฉันบอกว่าได้เลิกกันแล้วทำไมต้องมาหาเรื่อง  เขาก็ไม่ยอมยืนยันว่าถ้าสามีดิฉันไม่ให้เขาจะไปฟ้องศาล  หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ ๒  เดือน ได้มีจดหมายจากทนายความของเขามาถึงสามีของดิฉันว่า สามีของดิฉันได้ส่งมอบแหวนมั้นให้กับผู้หญิงคนนั้น  และก็ได้บอกกับผู้หญิงคนนั้นว่าจะจดทะเบียนด้วยกัน  และได้อยู่กินกันฉันสามีภริยากันที่บ้านของผู้หญิง  ตลอดเวลาผู้หญิงเขาเชื่อว่าสามีดิฉันจะจดทะเบียนกับเขาและแต่งงานกับเขา  เขาจึงยอมอยู่ด้วย  และสามีของดิฉันได้หายตัวไปและเขาไม่สามารถติดต่อได้ จึงจะขอยกเลิกการหมั้นและให้สามีของดิฉันำเงินไปจ่ายให้กับทนายที่บริษัทภายใน  ๑๕  วันหลังจากที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวมิเช่นนั้นจะฟ้องศาลดำเนินคดี  เขาบอกว่าเป็นค่าที่ผู้หญิงคนนั้นถูกตำหนิติเตียนจากสังคม  ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถสร้างอนาคตครอบครัวที่ดีกับบุคคลอื่นได้  และก็บอกว่าทำให้เขาเสียสุขภาพจิต  และสุขภาพพลานามัย  เรียกเงิน  ๖๐๐,๐๐๐   บาท  ซึ่งเมื่อได้รับจดหมายดังกว่าวครอบครัวของสามีก็ยังงงว่าสามีดิฉันไปหมั้นหมายกับผู้หญิงคนนั้นตอนไหนทำไมผู้ใหญ่ไม่รับรู้  สามีดิฉันก็เลยบอกว่าไม่ได้ไปหมั้น  ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย  เรื่องแหวนก็เป็นเรื่องนานแล้วที่เขาบอกว่าอยากได้เพราะตอนที่ซื้อให้เป็นวันเกิดเขาพอดี   ซึ่งก็เลิกกันแล้วไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแล้ว ไม่ได้ติดต่อนานแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาพูดอย่างนี้ทำไม  ซึ่งสามีเคยได้ยินจากคำพูดของแฟนเก่าน้องสาวเขาว่าผู้หญิงคนนั้นบอกว่าถ้าสามีดิฉันเลิกคบกับเขาเขาจะเอาให้หมดตัว  ซึ่งผู้หญิงคนนั้นกับสามีก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันตั้งแต่ได้หมั้นและจดทะเบียนกับดิฉันแล้ว  เพราะเราทำงานที่เดียวกันเป็นครูด้วยกัน  อยากถามว่าถ้าเขาฟ้องดิฉันจะเกี่ยวข้องมั้ย  แล้วสามีดิฉันควรทำอย่างไรดีเพราะคำพูดของผู้หญิงไม่จริงดิฉันและเขาเครียดมากกลัวว่าจะมีผลกระทบต่องาน  เพราะถ้าเกิดปัญหาจริงจะมีความผิดทางวินัยครูร้ายแรงจนไม่มีงานทำหรือไม่  แล้วรูปคดีเป็นเช่นไรควรทำเช่นไร  ช่วยตอบให้กระจ่างด้วยนะค่ะ  ดิฉันเครียดมากจริง ๆ แล้วอีกอย่างช่วงนี้ก็ชอบมีเบอร์โทรแปลก ๆ มาทุกวันพอรับก็ไม่พูด โทรวันละหลายครั้ง  ปิดเครื่องหนีหลายวันพอเปิดเครื่องก็โทรมาอีกเครียดค่ะ  (ผู้หญิงคนนั้นอายุ ๓๒ ปี  ส่วนสามีอายุ ๒๙ ปีค่ะ)  ถามอีกคำถามนะค่ะ แล้วควรทำอย่างไรเขาถึงจะเลิกมายุ่งกับดิฉันและสามีสักที่ค่ะทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่เคยไปยุ่งกับเขา  เขามาแจ้งความเราก็ไม่ไปยุ่ง  อยากให้เขาเลิกยุ่งจริง ๆ นะค่ะ แต่คงไม่ใช่ว่าต้องไปเสียเงิน ถึงหลายแสนขนาดนั้นนะค่ะ 

    คำตอบ
    ถ้าเรื่องเป็นอย่างที่คุณเล่ามา คุณกับสามีก็ไม่ได้มีความผิดอะไร ถึงเขาจะฟ้องร้องทางวินัย ก็ควรให้การไปตามความจริงตามที่เล่ามา  เพราะแม้เขาจะเคยยุ่งเกี่ยวกันก็เป็นเรื่องของความสมัครใจ เมื่อต่างคนต่างไม่สมัครใจก็แยกย้ายกันไป   ส่วนเรื่องที่เขาให้ทนายความยื่นหนังสือมานั้น ก็เป็นธรรมดาของทนายความที่จะต้องโยงเรื่องให้ดูว่าฝ่ายสามีคุณเป็นฝ่ายผิด  ความจริงเป็นอย่างไรสามีคุณควรจะรู้ดี และควรสู้คดีไปตามความเป็นจริง แต่ก็ไม่ควรประมาท ควรหาทนายความไว้สู้คดีกับเขาด้วย
    มีชัย ฤชุพันธุ์
    3 ตุลาคม 2553