ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    046256 การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมลูกจ้างมหาวิทยาลัย10 กุมภาพันธ์ 2555

    คำถาม
    การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

    เนื่องจากดิฉันเป็นลูกจ้างของศูนย์เชี่ยวชาญฯ (ศูนย์ฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานหนึ่ง ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทุกปี) ซึ่งอยู่ภายใต้ภาควิชาฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ดิฉันทำงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับสิทธิและสวัสดิการใดๆ เช่น สิทธิค่ารักษาพยาบาลจากมหาวิทยาลัย (ประกันสังคมยกเลิกให้ลูกจ้างทำประกันสังคม) หรือค่าครองชีพที่ส่วนกลางสนับสนุนให้ตั้งแต่พฤษภาคม 2551 จนถึง 30 กันยายน 2554 จำนวน 41 เดือน เดือนละ 1,700 บาท

    เนื่องจากภาควิชาไม่พิจารณาทำสัญญาจ้างให้ดิฉันเพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการที่พึงได้รับจากมหาวิทยาลัย ซึ่งลูกจ้างในหน่วยงานอื่นๆ ได้ทำสัญญาจ้าง และได้รับสิทธิและสวัสดิการ แต่ดิฉันถูกเลือกปฏิบัติจากหัวหน้าภาควิชาฯ ซึ่งภาระงานที่ข้าพเจ้าทำนั้นก็จะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชาก่อนตามลำดับเพราะอยู่ภายใต้ภาควิชาฯ  ซึ่งภายหลังหัวหน้าศูนย์ฯ คนเก่าได้หมดวาระเนื่องจากเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2554 ซึ่งข้าพเจ้าก็คงทำงานปกติตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงปัจจุบัน

    มาภายหลังหัวหน้าภาควิชาฯ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญฯ ในวันที่ 28 ธันวาคม 2554 จึงมีหนังสือแจ้งยกเลิกการจ้างดิฉันลงวันที่ 6 มกราคม 2555 โดยเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 โดยให้เจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ นำหนังสือยกเลิกการจ้างมาให้ดิฉันที่ห้องทำงานในวันที่ 11 มกราคม 2555 โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือชี้แจงเหตุผลใดๆ ในขณะที่ดิฉันกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนกว่า (ปัจจุบันตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกว่าแล้ว)   ดิฉันบอกว่าไม่รับหนังสือเลิกจ้าง แต่เจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ บอกว่าไม่ได้ต้องรับไว้ ดิฉันจึงถามไปว่ารับหนังสือไว้แต่ไม่เซ็นต์ชื่อได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่ได้ต้องเซ็นต์รับและลงวันที่ด้วย ดิฉันจึงต้องเซ็นต์รับเอกสารไว้ แต่บอกไปว่าแค่เซ็นต์รับเอกสารเท่านั้น แต่ไม่ยอมรับการเลิกจ้างเพราะมิได้กระทำอะไรผิด 

    ในหนังสือยกเลิกการจ้างให้เหตุผลว่ามหาวิทยาลัยฯ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณจากแหล่งทุนภายนอกในปีงบประมาณ 2555 ให้ศูนย์เพื่อจ้างลูกจ้างปฏิบัติงานในศูนย์ฯ ซึ่งศูนย์ฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานหนึ่ง ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมทุกปี ซึ่งปัจจุบันศูนย์ฯ มีงบประมาณคงเหลืออยู่ประมาณ 3.41 ล้านบาท มิได้รับงบประมาณจากมหาวิทยาลัย ดิฉันได้รับเงินเดือนจากศูนย์ฯ โดยผ่านการเบิกจ่ายจากกองคลัง ซึ่งศูนย์ฯ ได้ทำบันทึกการจ้างลูกจ้างโดยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย หรือผู้อำนวยการกองคลังเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ (เนื่องจากหัวหน้าภาควิชาไม่ทำสัญญาจ้างให้) ซึ่งศูนย์ฯเคยได้ทำสัญญาจ้างของดิฉันให้หัวหน้าภาคพิจารณาอนุมัติก่อนตามลำดับชั้น แต่หัวหน้าภาคบอกว่าไม่เซ็นต์ให้หรอก โดยไม่บอกเหตุผลของการไม่ทำสัญญาจ้างให้ และดองเรื่องไว้ ดิฉันได้ปรึกษานิติกรของมหาวิทยาลัยฯ และได้คำปรึกษาแนะนำว่าให้ทำสัญญาจ้างขึ้นใหม่ และส่งให้คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นผู้พิจารณาเลย หลังจากนั้นรองคณบดีฝ่ายบริหารได้เชิญหัวหน้าภาควิชาฯ คุยเรื่องการไม่พิจารณาอนุมัติสัญญาจ้างและส่งสัญญาจ้างให้หัวหน้าภาคถือกลับมาเพื่อพิจารณาก่อนตามลำดับ และแทงเรื่องว่าให้หัวหน้าภาคชี้แจงเหตุผลของการไม่พิจารณาอนุมัติมา แต่หัวหน้าภาควิชาก็ไม่ดำเนินการใดๆ และส่งคืนสัญญาฉบับใหม่ให้ดิฉันและบอกว่าไม่เซ็นต์ให้หรอก หลังจากนั้นดิฉันจึงตามสัญญาจ้างฉบับเก่าที่ดองเรื่องไว้ ก็ได้คำตอบว่าไม่มี มีแค่เนี้ยแหละ

    ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงปัจจุบัน ดิฉันได้รับเงินเดือนอัตราเดิม ดิฉันยังไม่เคยได้รับการปรับฐานเงินเดือนตามมติสภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 151 (14 ตุลาคม 2554) ซึ่งได้มีมติอนุมัติโครงสร้างเงินเดือน และค่าตอบแทนพนักงาน พ.ศ.2554 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554

    ซึ่งการแจ้งยกเลิกการจ้างดังกล่าว ทำให้ดิฉันได้รับกระทบด้านจิตใจและมีความรู้สึกไม่สบายใจ เครียด ซึ่งมีผลต่อการตั้งครรภ์ของดิฉันอย่างมาก และการที่หัวหน้าภาควิชาฯ แจ้งยกเลิกการจ้างในขณะที่ดิฉันกำลังตั้งครรภ์และไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่เคยเรียกดิฉันไปคุยหรือชี้แจงเหตุผลใดๆ ซึ่งดิฉันถูกเลิกจ้าง ทำให้ดิฉันยังไม่สามารถหางานทำได้ในขณะนี้ เพราะคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ย่อมไม่มีหน่วยงานใดรับเข้าทำงาน ทำให้ดิฉันขาดรายได้และเกิดความเสียหาย การที่ดิฉันถูกปฏิบัติดังกล่าว ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และคิดว่าหัวหน้าภาควิชามีอคติหรือเจตนาแฝงเร้นต่อดิฉันหรือไม่ อย่างน้อยควรคำนึงถึงมนุษยธรรมและคุณธรรมบ้าง

    สิ่งที่ดิฉันสงสัยคือทำไม่ต้องเลิกจ้างในขณะที่ดิฉันกำลังตั้งครรภ์อยุ่ และดิฉันเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ทำงานให้มหาวิทยาลัย ติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว ทำไม่ไม่ได้รับการดุแลหรือได้รับสิทธิและสวัสดิการใดๆ เลย ปัจจุบันดิฉันใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ซึ่งดิฉันไปฝากครรภ์ที่อนามัยแถวบ้าน พยาบาลเคยถามว่าทำไมไม่ใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลกับมหาวิทยาลัย เพราะเบิกได้ ไม่ควรใช้บัตรทอง เพราะเข้าค่ายผิดกฏหมาย

    หลังจากที่ดิฉันได้รับหนังสือยกเลิกการจ้างในวันที่ 11 มกราคม 2554 ดิฉันได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งขอทราบเหตุผลของการเลิกจ้าง และขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิตามกฏหมายที่ดิฉันควรได้รับเสนอต่ออธิการบดี ในวันที่ 13 มกราคม 2555 และทราบว่าอธิการบดีได้มอบหมายให้รองอธิการบดีฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดูแล แต่รองอธิการบดีฝ่ายบุคคลส่งเรื่องให้รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและเป็นผู้ดำเนินการชี้แจง แต่รองคณบดีส่งเรื่องคืนให้หัวหน้าภาควิชาเป็นผู้พิจารณาและชี้แจงเอง ประมาณวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 จนถึงปัจจุบันดิฉันได้ติดตามเรื่อง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ หัวหน้าภาควิชาไม่เคยเรียกดิฉันคุย หรือแจ้งเหตุผลของการเลิกจ้างที่แท้จริง และแจ้งเป็นหนังสือว่าข้าพเจ้าจะได้รับสิทธิอะไรบ้างหลังจากยกเลิกการจ้าง

    หัวหน้าภาควิชาฯ เคยมีเรื่องบาดหมางกับหัวหน้าศูนย์ฯ คนเก่า ซึ่งดิฉันจึงเป็นที่เพ็งเล็งไปด้วย และหัวหน้าภาคเคยพูดกับนิติกรของมหาวิทยาลัยฯ ว่าเพราะดิฉันเป็นลูกน้องของหัวหน้าศูนย์ฯ คนเก่า ซึ่งไม่ถูกกัน จึงเอาไว้ไม่ได้ ต้องเลิกจ้าง

    ดิฉันใคร่ขอทราบรายละเอียดสิทธิตามกฏหมายที่ดิฉันควรได้รับ ดังนี้

    1. เหตุผลการเลิกจ้างถูกต้องตามกฏหมายและเป็นธรรมหรือไม่

    2. ถ้าข้าพเจ้าถูกเลิกจ้าง จะทำให้สิทธิการลาพักร้อนและลาคลอดบุตร เสียไปหรือไม่ มีสิทธิ์ในการลาพักร้อน 10 วัน ลาคลอดบุตร 90 วัน หลังจากที่ดิฉันถูกเลิกจ้างแล้ว ข้าพเจ้าควรได้รับเงินทดแทนดังกล่าวหรือไม่

    3.ดิฉันจะต้องได้รับการปรับโครงสร้างเงินเดือนหรือไม่

    4.การที่หัวหน้าภาควิชาฯ ไม่พิจารณาอนุมัติสัญญาจ้างให้ดิฉัน เพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการ ทำให้ดิฉันเสียผลประโยชน์ที่ควรได้รับ ผิดกฏหมายและเป็นการละเมิดสิทธิของดิฉันหรือไม่

    5.การที่หัวหน้าภาควิชาฯ ไม่เคยพิจารณาอนุมัติสัญญาจ้างให้ดิฉัน เพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการ ทำให้ดิฉันไม่ได้รับสวัสดิการค่าครองชีพที่ส่วนกลางสนับสนุนจำนวน 41 เดือน เดือนละ 1700 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 69,700 บาท ดิฉันจะเรียกร้องหรือฟ้องร้องได้หรือไม่

    6. สิทธิอื่นๆ ที่ดิฉันควรได้รับนอกเหนือจากที่กล่าวมา ควรได้รับสิทธิอะไรบ้าง

    7. ถ้าดิฉันรู้สึกว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดิฉันสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ และถ้าจะฟ้องร้องได้ ดิฉันจะต้องฟ้องร้องหรือร้องเรียนได้ที่ใดบ้างค่ะ

    คำตอบ

    1. ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลิกจ้าง

    2. ถ้าคุณถูกเลิกจ้างแล้ว คุณก็ไม่ได้ทำงานกับมหาวิทยาลัย สิทธิอะไร ๆ ก็คงหมดไป เพราะสิทธิเหล่านั้นเขาให้แต่เฉพาะพนักงานของมหาวิทยาลัย

    3. ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นลูกจ้างถาวรของมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างชั่วคราว

    4. ถ้าคุณไม่ได้มีสัญญาจ้างต่อกัน ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวตามโครงการเฉพาะกิจ

    5.-7. ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของคุณ


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    10 กุมภาพันธ์ 2555