ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • จะขอยกเลิกภาระจำยอมได้หรือไม่
  •  
  • การล้างมลทินของข้าราชการ
  •  
  • การเรียกเก็บค่าผ่านทางถนนหมู่บ้านจัดสรร
  •  
  • การเปิดใชงานท่อเหลี่ยมก่อนตรวจรับงานจ้าง
  •  
  • การอ้างอิงระเบียบ กรณีมีการแก้ไขเพิ่มเติม
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
    มุมของมีชัย
  • ความคิดเสรีของมีชัย
  • เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
  • เรื่องสั้น
  • จดหมายถึงนาย
  •  
     
    ความคิดเสรีของมีชัย

    นักลงทุนต่างชาติ

    ก่อนหน้าที่จะมีการลอยกระทงสองสามวัน มีข่าวที่ทำให้คนไทยและคนต่างด้าว ที่เข้ามาอยู่หรือท่องเที่ยวในเมืองไทย ต้องตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย กล่าวคือ ธนาคารซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ได้ออกประกาศ นัยว่า เพื่อเตือนลูกค้าและชาวต่างชาติด้วยกัน ที่อยู่ในประเทศไทย ให้ระมัดระวัง และไม่ควรไปในแหล่งท่องเที่ยว ๓- -๔ แห่งเช่นที่ พัฒน์พงศ์ นานาพลาซ่า และซอยคาวบอย โดยอ้างว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรง ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเควดา เดินทางจากมาเลเซียเข้ามาประเทศไทย และมาถึงกรุงเทพแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนก่อวินาศกรรมในกรุงเทพ


    ใครจะคิดอย่างไรกับข่าวนี้ไม่ทราบได้ แต่ในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศไทยที่มีอธิปไตยเป็นของตนเอง ผมเห็นว่าการกระทำของซิตี้แบงก์ เป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง


    ซิตี้แบงก์ เป็นองค์กรอะไร จึงมาทำให้มีผลในประเทศไทยเช่นนี้


    ซิตี้แบงก์ เป็นเพียงธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเข้ามาประกอบธุรกิจการธนาคารในประเทศไทย มาใช้แผ่นดินไทยเป็นแหล่งทำมาหากิน หาประโยชน์ใส่ตนและพวกพ้องของตน ไม่ว่าจะมีสัญชาติอะไร จะมีลูกพี่ใหญ่โตเพียงใด ก็ยังคงต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ และมนุษย์ที่ศิวิไลซ์ทั่วไปเขาต้องนึกถึงบุญคุณของแผ่นดินที่มาอาศัยทำมาหากินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย


    ซิตี้แบงก์ อาจมีเครือข่ายข่าวกรองดีกว่ารัฐบาลอเมริกัน หากได้ข้อมูลใดที่รัฐบาลอเมริกันยังไม่มี ย่อมสมควรต้องแจ้งให้รัฐบาลหรือสถานทูตอเมริกันได้ทราบ เพื่อดำเนินการติดต่อกับรัฐบาลไทยเพื่อป้องกันเหตุร้ายมิให้เกิดขึ้น หรือถ้าจะยังมีน้ำใจอยู่บ้าง ก็อาจบอกให้รัฐบาลไทยรู้ถึงข้อมูลนั้น เพื่อรัฐบาลไทยจะได้เตรียมการป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายที่มุ่งหมายชีวิตของชาวยุโรปและอเมริกันเป็นส่วนใหญ่


    ไม่ใช่มาทำตนเป็นรัฐบาลของสหรัฐที่จะคุ้มครองคนอเมริกัน หรือบริษัททัวร์ที่จะคุ้มครองลูกทัวร์ เสียเอง


    การกระทำเช่นว่านี้เสมือนเป็นการตบหน้ารัฐบาลสหรัฐอเมริกา และยังมีผลเป็นการทำร้ายต่อประเทศไทยและคนไทยอย่างรุนแรง


    เพราะเท่ากับบอกว่าข่าวกรองของสหรัฐ สู้การข่าวของซิตี้แบงก์ไม่ได้ เพราะไม่ปรากฏว่าหน่วยงานของอเมริกัน ได้รับรู้ถึงข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด


    ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น ในฐานะที่ซิตี้แบงก์ เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย หาประโยชน์จากคนไทยและผืนแผ่นดินไทย เมื่อได้รับข่าวใด ๆ ที่จะเป็นผลร้ายต่อประเทศไทยและคนไทย ซิตี้แบงก์ และผู้บริหารของซิตี้แบงก์ควรจะมีน้ำใจ หรืออย่างน้อยถ้าคำว่า “น้ำใจ” ไม่เคยมีอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของคนตะวันตก ก็ควรมีความศิวิไลซ์พอที่จะแจ้งให้รัฐบาลไทยได้ทราบ จะได้ดำเนินการในทางที่จะไม่ให้เกิดการตื่นตระหนกตกใจโดยใช่เหตุ


    แทนที่จะออกประกาศตักเตือนให้ปรากฏไปทั่วโลก จนเสียบรรยากาศในการท่องเที่ยว


    ซิตี้แบงก์อาจเถียงว่า ตนได้ทำหน้าที่ที่พึงทำ โดยการประกาศให้เฉพาะคนของตนได้ระมัดระวัง ซึ่งนั่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ เพราะการประกาศนั้นมุ่งแต่เตือนคนของตน โดยมิได้คิดเผื่อแผ่มาถึงคนไทยด้วย ถ้าจะเถียงต่อไปว่า ตนได้พยายามกระทำในขอบเขตอันจำกัด คือเตือนแต่เฉพาะคนของตน ส่วนคนไทยนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะดำเนินการ


    ในกรณีเช่นนั้นซิตี้แบงก์ ต้องตอบคำถามว่า แล้วได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้แก่รัฐบาลไทยโดยตรง เพื่อจะได้ดำเนินการป้องกันคนไทยด้วยหรือไม่?


    นี่หรือคือผู้คนที่อ้างว่าต้องรักษาสิทธิมนุษยชน และเป็นคนที่เจริญแล้ว


    ชีวิตของคนชาติอื่นมีค่าน้อยกว่าคนชาติของตนอย่างนั้นหรือ?


    ผู้บริหารของซิตี้แบงก์จะคิดบ้างไหมว่า ถ้าข่าวกรองที่ซิตีแบงก์ได้รับมามีมูลอันควรแก่การระแวดระวัง การที่ซิตีแบงก์เลือกที่จะประกาศข่าวนั้นออกสู่สาธารณะ น้ำหนักย่อมน้อยลง เพราะซิตี้แบงก์ ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะให้ผู้คนเชื่อถือได้อย่างเต็มเปี่ยมในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงทำนองนี้ คนจำนวนไม่น้อยจึงยากที่จะเชื่อถือข่าวที่บอกเล่าโดยซิตีแบงก์ ดังนั้นหากเกิดวินาศกรรมขึ้นจริง ๆ ก็จะทำให้ผู้คนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างยากที่จะคำนวณได้


    การกระทำของซิตี้แบงก์จึงยากที่จะทำให้คนทั่วไปมองเป็นอย่างอื่น หากแต่ชวนให้สงสัยว่าเป็นการกระทำเพื่อมุ่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งในทางร้าย โดยมิใช่หวังให้เกิดความระวังตัวอย่างที่กล่าวอ้าง


    หรือมิฉะนั้นก็ชวนให้สงสัยว่า ซิตี้แบงก์ คงมิได้เป็นเพียงธนาคารพาณิชย์ธรรมดา เป็นไปได้หรือไม่ว่าธนาคารซิตี้แบงก์ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลของตนให้ทำหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองไปในตัวด้วย


    ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ซิตี้แบงก์ ก็อาจทำนอกเหนือวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลหรืออาจเป็นความผิดตามกฎหมายธนาคารพาณิชย์ของไทย มาตรา ๙ ทวิ ที่ห้ามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์กระทำกิจการอื่นใด การฝ่าฝืนย่อมมีโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ


    ถ้ารัฐบาลอเมริกันมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำของซิตี้แบงก์ ย่อมเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะตักเตือนผู้บริหารของซิตี้แบงก์ มิให้กระทำการใดที่ไม่เกี่ยวกับกิจการทางการค้าตามวัตถุประสงค์ของตน โดยเฉพาะถ้าการกระทำนั้นจะนำผลร้ายมาสู่ประเทศที่ตนเข้าไปทำมากิน


    จริงอยู่เสรีภาพของคนอเมริกันรวมทั้งนิติบุคคลของอเมริกัน มีอยู่มากมายอย่างไม่มีขอบเขต แต่การใช้เสรีภาพที่รังแต่จะก่อให้เกิดผลร้ายต่อบุคคลอื่นย่อมไม่บังควรที่จะกระทำ ยิ่งถ้าข้อมูลนั้นมิได้มีอยู่จริง การกระทำเช่นนั้นย่อมไม่ต่างอะไรกับการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่อเมริกันประนามอยู่ทุกวัน


    การวางระเบิดจนผู้คนต้องสูญเสียชีวิตในฉับพลัน อาจจะโหดร้ายน้อยกว่าการวางระเบิดในทางเศรษฐกิจและการทำลายความเป็นอยู่อย่างสุขสงบของประชาชน เพราะการอยู่อย่างสิ้นเนื้อประดาตัวหรืออยู่อย่างหวาดผวา อาจจะทรมานยิ่งกว่าการสิ้นชีวิตในทันทีก็ได้


    ลองนึกดูว่า ถ้าวันดีคืนดีธนาคารของคนไทยมีหนังสือไปถึงคนไทยในสหรัฐ แจ้งให้ทราบว่า ในขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่า เมืองใหญ่ ๆ อย่างวอชิงตัน ดีซี นิวยอร์ค ชิคาโก แอลเอ และไมอามี่ ล้วนเป็นเป้าหมายในการล้างผลาญอย่างรุนแรงของกลุ่มอัลเควดา ลูกค้าของธนาคารและคนไทยทั้งหลาย ควรหลีกเลี่ยงที่จะไปอยู่ในที่ชุมนุมชนในเมืองใหญ่ ๆ เหล่านั้นรวมทั้งเมืองอื่น ๆ ด้วย และคนไทยและลูกค้าของธนาคารที่อยู่นอกสหรัฐ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสหรัฐในช่วงเวลาคริสตมาสและปีใหม่


    คนอเมริกันและรัฐบาลอเมริกันจะรู้สึกอย่างไรต่อคำเตือนที่ยกตัวอย่างนี้


    จะฉลองคริสตมาสและปีใหม่อย่างสุขสงบดังที่เคยเป็นมาได้หรือไม่


    รัฐบาลอเมริกันและประธานาธิบดีของอเมริกัน คงไม่ทำเพียงปฏิเสธข้อมูลอย่างที่รัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรีของไทยทำ


    ธนาคารของไทยที่ส่งคำเตือนเช่นนั้น คงยากที่จะประกอบกิจการต่อไปในสหรัฐอเมริกา คนไทยทั่วไปคงถูกตรวจสอบและกีดกันอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น จนไม่เป็นอันอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป


    เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ มีความว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกข่าวประกาศเตือนภัยการก่อการร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวอเมริกันในดินแดนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศมาเลเซีย


    ผลก็คือ นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง ว่า


    “การประกาศเตือนภัยดังกล่าวไปโดยพลการไม่มีการบอกเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียให้รู้ตัวก่อน เท่ากับไม่ให้ความเคารพต่อความร่วมมือต่อต้านลัทธิก่อการร้ายที่รัฐบาลมาเลเซียมีให้ และยังทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซียด้วย ทั้ง ๆ ที่ประเทศสหรัฐเองนั่นแหละที่เป็นอันตราย ถึงขนาดที่คน ๆ เดียวก็สามารถก่อความปั่นป่วนไปทั่วทั้งกรุงวอชิงตันได้ “


    ทั้งยังเตือนอีกด้วยว่า


    “คนพวกนั้นควรจะบอกกับเราก่อนว่าเป็นใคร จะทำอะไรที่ไหน และเมื่อไหร่ ไม่ใช่ออกมากล่าวหากันโจ้ง ๆ แบบไม่มีหลักฐาน”


    ขนาดคำเตือนดังกล่าวมาจากกระทรวงการต่างประเทศโดยตรง รัฐบาลมาเลเซียยังโกรธและต่อว่าต่อขานขนาดนั้น ถ้าหากการกระทำนั้นมาจากธนาคารต่างชาติอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านมหาธีร์คงแทบจะขับไล่ออกไปให้พ้นประเทศ


    คนไทยเป็นคนมีน้ำใจ เป็นคนรับรู้ในน้ำมิตร รับรู้ถึงความยากลำบากของเพื่อน และมีความเกรงอกเกรงใจอยู่เป็นพื้นนิสัย อะไรช่วยเหลือได้ก็ช่วย อะไรอดทนได้ก็อดทน และอะไรที่พูดแล้วจะทำให้คนที่คบกันมาต้องเพลี่ยงพล้ำ ก็อดออมไว้ไม่พูดให้สะเทือนใจ


    คนที่พร่ำพูดถึง สิทธิ เสรีภาพ หรือความทัดเทียมกัน จึงไม่ควรอาศัยความดีงามของคนไทยมาทำร้ายกัน


    คนอเมริกันควรตระหนักบ้างว่า ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่อย่างไรในทางอาวุธหรือในทางเศรษฐกิจ เมื่อมีปัญหากับประเทศเล็ก ๆ ที่หมดทางหนีเข้าเพียงประเทศเดียว ยังลำบากและนอนตาไม่หลับถึงเพียงนี้


    จึงไม่ควรสร้างมิตรให้เป็นศัตรูจนกระจายไปทั้งโลก มิฉะนั้นความยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ก็จะหมดความหมาย


    พรบ.ธนาคารพาณิชย์ ๒๕๐๕


    มาตรา ๙ ทวิ นอกจากการธนาคารพาณิชย์แล้ว ธนาคารพาณิชย์อาจกระทำธุรกิจที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากการธนาคารพาณิชย์ หรือธุรกิจอันเป็นประเพณีที่ธนาคารพาณิชย์พึงกระทำ เช่นการเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงิน การรับอาวัลตั๋วเงิน การรับรองตั๋วเงิน การออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิต หรือการค้ำประกันหรือธุรกิจทำนองเดียวกันด้วยก็ได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย แต่จะประกอบการค้าหรือธุรกิจอื่นใดไม่ได้


    มาตรา ๔๔ ธนาคารพาณิชย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม…มาตรา ๙ ทวิ…. ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

    มีชัย ฤชุพันธุ์