ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก
  •  
  • แบ่งที่ดิน
  •  
  • ขาดคุณสมบัติรับราชการ
  •  
  • การทำนิติกรรม
  •  
  • ถ้าคู่สัญญาทำผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
  • นานาสาระ
  • คำสำคัญ
     
    กลับไปหน้า ลิสต์

     
    นานาสาระ

    "ท้าวทองกีบม้า เจ้าตำรับอาหารไทย"

    ขนมไทยแสนอร่อยหลากหลายที่วางขายอยู่ตามตลาดบ้านเรานั้น หลายคนยังไม่รู้ว่าอะไรคือขนมไทยแท้ และอะไรคือขนมที่เราไปยืมคนอื่นมา เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ที่เราชอบรับประทานกัน และคิดว่าเป็นขนมไทยแท้ๆ แต่แท้จริงแล้วมีจุดกำเนิดมาจากประเทศโปตุเกส โดย "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า"

     

    "ท้าวทองกีบม้า" หรือ "มารี กีมาร์" เกิดเมื่อ พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 แต่บางแห่งก็ว่า พ.ศ. 2209 โดยยึดหลักจากการแต่งงานของท้าวทองกีบม้าที่มีขึ้นในปี พ.ศ. 2225 โดยในขณะนั้น มารี กีมาร์ มีอายุเพียง 16 ปี บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาชื่อ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดินทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่นานนัก

     

    ชีวิตช่วงหนึ่งของ "ท้าวทองกีบม้า" ได้เข้าไปรับราชการในพระราชวังตำแหน่ง "หัวหน้าห้องเครื่องต้น" ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เป็นหัวหน้าเก็บพระภูษาฉลองพระองค์ และเก็บผลไม้ของเสวย มีพนักงานอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นหญิงล้วน ซึ่งท้าวทองกีบม้า ได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ชื่นชม ยกย่อง และในระหว่างที่รับราชการ ท้าวทองกีบม้า ได้สอนการทำขนมหวาน อาทิเช่น ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิงและอื่นๆ ให้แก่ผู้ทำงานอยู่กับเธอ และสาวๆ เหล่านั้น ได้นำมาถ่ายทอดต่อมายังแต่ละครอบครัวกระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปัจจุบันนี้

     

    ถึงแม้ "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า" จะมีชาติกำเนิดเป็นชาวต่างชาติ แต่ก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยู่ในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนี้ ยังได้ทิ้งสิ่งที่ได้ค้นคิดให้เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนรุ่นหลัง ได้กล่าวขวัญถึงด้วยความภาคภูมิ "ท้าวทองกีบม้า เจ้าตำรับอาหารไทย"


    1 พฤศจิกายน 2548