ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • เบิกความเท็จต่อศาล, บัญชีเครือญาติไม่ตรงกับที่ยื่นต่อศาล
  •  
  • ที่ดิน สปก.ใช้ประกันผู้ต้องหาได้หรือไม่
  •  
  • ซื้อที่ดิน นส 3 ที่ยังไม่ได้แบ่ง
  •  
  • ผู้จัดการมรดกร่วมนำเสาหินไปปักในที่มรดกเพื่อระบุกรรมสิทธิในที่มรดกซึ่งยังไม่ได้แบ่ง
  •  
  • ฟ้องคดีบริษัทไฟฟ้า
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
    ประเภทข่าว
  • ข่าวบ้านการเมือง
  • ข่าวเศรษฐกิจการเงิน
  • ข่าวตลาดหลักทรัพย์และการลงทุน
  • คำสำคัญ
    ค้นหาใน
      ข่าวบ้านการเมือง > ประจำวันที่ 30 กันยายน 2552
    แสดงความคิดเห็น
    โยกย้ายหลายตำแหน่งในกระทรวงยุติธรรม “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ไปเป็นรองปลัดกระทรวง

    ที่กระทรวงยุติธรรม นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการโยกย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เป็นการปรับกลไกภาพรวมตามนโยบายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แม้ พ.ต.อ.ทวี จะมีความสามารถด้านการสอบสวนคดี มีผลงานคดีสำคัญหลายคดี การย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวงเพื่อให้ดูแลภารกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้แทนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง การย้าย พ.ต.อ.ทวี ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวพันพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการสอบสวนในดีเอสไอทำงานรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน เปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนกลางคันไม่ได้ เหตุที่ย้ายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ไปทำงานในดีเอสไอ เพราะนายธาริตมีส่วนร่วมยกร่างกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ต้น เชื่อว่าจะไปปรับกลไกในองค์กร ในส่วนกรมราชทัณฑ์ รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด แต่ยังมีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีต้องการผู้บริหารที่มีประสบการณ์มาแก้ปัญหายาเสพติด แต่การทำงานโดยผู้บริหารคนเดียวคงแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งนายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นทั้งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำได้ ส่วนนายนัทธีที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการไม่ใช่การลงโทษ ซึ่งตำแหน่งรองปลัดกระทรวงและผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรมที่ยังว่างอยู่ นายพีระพันธุ์จะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมต่อไป

      

    ตำแหน่งที่มีการสับเปลี่ยนโยกย้ายในกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ , นางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมบังคับคดี , นายภิญโญ ทองชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) , นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ เป็นรองปลัดกระทรวง , นายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ , นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายชาตรี ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง

     

    ด้านนายธาริต เปิดเผยหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เคยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอมาถึง 5 ปี จึงไม่รู้สึกหนักใจที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปดีเอสไออีกครั้ง จะตั้งใจทำหน้าที่เต็มที่ ตนไม่กังวลกระแสการต่อต้านภายในดีเอสไอ รวมถึงการออกใบปลิวโจมตีบทบาทการบริหารใน ป.ป.ท.ของตน และโจมตีภรรยาตนที่ทำงานในดีเอสไอ โดยโยกย้ายในดีเอสไอจะทำเท่าที่จำเป็นและเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ กรณีการเมืองที่มักแทรกแซงการทำงานในดีเอสไอทำให้มีการโยกย้ายบ่อยครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนั้น เป็นธรรมดาที่หน่วยงานให้คุณให้โทษมักจะถูกแทรกแซง แต่เชื่อว่าโครงสร้างการทำงานแบบคณะพนักงานสอบสวนของดีเอสไอจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี รวมทั้งถ้าผู้บริหารหน่วยงานไม่เอนเอียงไปทางการเมือง สังคมจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ การเมืองไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ข้าราชการประจำต้องทำงานตามนโยบาย โดยจะต้องมีระยะห่างที่เหมาะสม ถ้าข้าราชการวางตัวดีจะสร้างความมั่นใจให้คนในสังคม

     

    ประวัตินายธาริต เริ่มรับราชการที่สำนักงานอัยการสูงสุด ปี 2533 จากนั้น ปี 2544-2546 ขณะที่เป็นอัยการจังหวัดประจำกรม ได้รับการทาบทามให้ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นทีมงานของนายพันธุ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อมาย้ายมาเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ ถึง 5 ปี จึงได้รับเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

     

    ส่วนนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไรที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง พร้อมจะทำงานทุกตำแหน่ง เหตุที่ถูกย้ายคาดว่าอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาทำงานสนองนโยบายได้ไม่เต็มที่

     

    สำหรับ พ.ต.อ.ทวี และนายนัทธี ถูกจับตาจะโยกย้ายหลังจากเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะถูกมองว่าเป็นขั้วอำนาจเก่า ทำงานไม่สนองนโยบาย สอดรับกับทวิตเตอร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่โพสต์ข้อความระบุว่าสัปดาห์นี้จะมีคนที่เคยทำงานใกล้ชิดถูกโยกย้าย 2 ตำแหน่ง ก่อนหน้านี้มีความพยายามจะย้าย พ.ต.อ.ทวี เป็นผู้ตรวจราชการ แต่ในที่สุดก่อนเริ่มประชุม ครม. มีการสับเปลี่ยนรายชื่อบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง ซึ่งนายนัทธีถูกส่งมาเข้ากรุผู้ตรวจราชการแทน เพราะฝ่ายการเมืองไม่พอใจที่มีการสั่งซื้อขายยาเสพติดในเรือนจำ และยังมีปัญหาความไม่พอใจหลังจากรัฐบาลเปลี่ยนแปลงวิธีประมูลข้าวในเรือนจำทั่วประเทศ โดยตัดลดค่าอาหารนักโทษและเปลี่ยนวิธีจัดซื้อจากเปิดประมูลเสรีมาเป็นซื้อตรงจากกระทรวงพาณิชย์ กรมราชทัณฑ์โต้แย้งว่าอาจมีปัญหาจัดส่งข้าวไม่ทันกำหนด เพราะหน่วยงานรัฐไม่มีสต็อกข้าว สุดท้ายจะหนีไม่พ้นวงจรการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนส่งข้าวให้เรือนจำ ในส่วนอธิบดีกรมบังคับคดี ก่อนหน้านี้มีแคนดิเดทหลายคน ได้แก่ นางลางน้อย ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมบังคับคดี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ รองปลัดกระทรวง แต่สุดท้ายนางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กลับได้รับเสนอชื่อแต่งตั้ง ทั้งที่นางชูจิราสนิทสนมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยช่วยงานนายสมชายทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการและทำเนียบรัฐบาล รายชื่อนางชูจิราไม่เคยติดโผโยกย้ายก่อนหน้านี้ แต่กลับถูกใส่ชื่อเข้าไปก่อนการประชุม ครม.จะเริ่มต้น

      

    ตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของ พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เป็นอีก 1 ตำแหน่งที่ถูกมองว่าจะถูกย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวงหรือผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ในที่สุดกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ขณะนี้มีตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรมยังว่างอีก 1 ตำแหน่ง

    ข่าวบ้านการเมือง ข่าวอื่นๆ
    นายกฯ เตรียมลงนามแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร. ถ้ามีใครฟ้องก็พร้อมชี้แจง