ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • 1.ความหมายของคำว่าเบิกความเท็จ คืออะไรครับ ช่วยยกตัวอย่างแบบเข้าใจง่ายๆหน่อยครับ คล้ายๆ ให้การเท็จต่อตำรวจหรือเปล่า 2.กรณีผมยื่นต่อศาลว่าญาติ มีเจตนา ยึดครองที่ดิน โดยใช้ความรู้สึกตนเองเป็นองค์ประกอบ อย่างนี้ เบิกความเท็จหรือเปล่าครับ ขอบคุณสำหรับค
  •  
  • วุฒิดุษฏีบัณฑิตสามารถนำไปเทียบรับตำแหน่งทางกฎหมายได้หรือไม่
  •  
  • กฎหมายทุจจริต
  •  
  • คนต่างด้าวถูกอายัดบัญชีธนาคาร
  •  
  • มรดก
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    047055 หลอกขายที่ดิน นส.๓ ก.เดือนเพ็ญ1 มิถุนายน 2555

    คำถาม
    หลอกขายที่ดิน นส.๓ ก.

    ผู้ขายที่ดิน ขายที่ นส.๓ ก โดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินมีปัญหา มีผู้อื่นครอบครองและทำกินอยู่มานานเป็นสิบปีแล้ว และผู้ขายเคยฟ้องร้องขับไล่ผู้บุกรุกหลายราย ก็แพ้คดี ที่บางส่วนได้ถูกออกโฉนดไปแล้ว ผู้ขายมีเพียงเอกสาร นส.๓ ก อยู่ โดยไม่มีที่ดินจริง แต่ผู้ขายได้หลอกขายที่ดินให้กับผู้ซื้อผ่านนายหน้า เป็นเงิน ๒ ล้าน ๒ แสนบาท ทำสัญญากันที่ สนง.ที่ดินอำเภอ เมื่อ ๔ เม.ย.๒๕๕๔ ในสัญญาระบุวงเงินซื้อขาย ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท และผู้ขายได้จัดทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญา(โดยทนายความเป็นผู้ร่าง) ดังนี้ “ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงว่า ที่ดินที่ตกลงซื้อขายตามสัญญาเป็นการซื้อขายตามเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งผู้ซื้อทราบสภาพทรัพย์ดีว่ามีผู้โต้แย้งและหรือก่อการรบกวนการครอบครองที่ดินนั้นอยู่ ดังนั้น เมื่อได้ตกลงซื้อขายแล้วหากที่ดินที่ซื้อขายได้หลุดไปจากผู้ซื้อไม่ว่าด้วยเหตุใด เช่น บุคคลภายนอกมีสิทธิดีกว่าเหนือที่ดินที่ซื้อขายกัน ณ เวลาทำสัญญานี้ หรือมีการรอนสิทธิโดยบุคคลภายนอก จนทำให้ผู้ซื้อไม่อาจเข้าครอบครองเป็นเจ้าของในที่ดินนั้นได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายนั้น และผู้ขายไม่ต้องคืนค่าราคาที่ดินที่ซื้อขายไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ผู้ซื้อไม่ว่ากรณีใด” และผู้ซื้อก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ลงลายมือชื่อในบันทึกนั้น ณ เวลานี้ผู้ซื้อรู้แล้วว่าถูกโกง จึงขอคำปรึกษาข้อกฎหมายดังนี้

              ๑.บันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาซื้อขาย มีผลทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร

              ๒.ผู้ซื้อจะฟ้องฉ้อโกงกับผู้ขาย ทนายความ และนายหน้า ได้หรือไม่ มีโอกาสชนะคดีหรือไม่

              ๓.ควรจะฟ้องทางแพ่งพร้อมคดีอาญา หรือแยกฟ้องคดีแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่ง

              ๔.นายหน้ารับเงินซื้อขายที่ดินจากผู้ซื้อในราคา ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท และสัญญาทำในวงเงิน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท (ตามราคาประเมิน) แต่ทราบภายหลังว่าผู้ขายขายที่ดินในราคาพียง ๗๐๐,๐๐๐ บาท (จากทนายความของผู้ขาย) เงินส่วนเกินที่เหลือนายหน้าเป็นผู้ได้ไป กรณีนี้ผู้ซื้อจะสามาถฟ้องนายหน้าเป็นอีกคดีได้หรือไม่ (หลังจากที่ทราบปัญหา ผู้ซื้อได้ให้นายหน้า ๒ คน มาทำบันทึกกันว่าในวันทำสัญญาซื้อขายที่ดินข้างต้น เมื่อ ๔ เม.ย.๒๕๕๕ ว่านายหน้าได้รับเงินจากผู้ซื้อ ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาทจริง โดยนายหน้ายอมเซ็นชื่อในบันทึกนั้น)

              ๕.การที่ทนายความร่วมรู้เห็นในการฉ้อโกงครั้งนี้ โดยใช้วิชาชีพทนายความ เป็นการกระทำจรรยาบรรณหรือไม่ ฟ้องร้องได้หรือไม่อย่างไร

        

              ขอขอบพระคุณ

                                 เดือนเพ็ญ

    คำตอบ

    1. ก็มีผลทางกฎหมายอยู่

    2. ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า ในขณะที่ซื้อขายนั้น ผู้ขายยังเป็นเจ้าของที่ดินอยู่หรือไม่  ถ้าที่ดินนั้นได้ตกไปเป็นของคนอื่นแล้ว การที่ผู้ขายมาขายให้ผู้ซื้อ ก็อาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้ หรือถ้าไม่ผิด ก็ต้องคืนเงินให้ เพราะไม่มีอะไรจะขายให้

    3. ลองปรึกษาทนายความดู เขาจะได้ดูรายละเอียดของเอกสารให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

    4. ถ้านายหน้ารู้เรื่องด้วยว่าผู้ขายไม่มีกรรมสิทธิในที่ดินแล้ว ก็อาจฟ้องนายหน้าด้วยได้

    5. ก็ผิดอยู่


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    1 มิถุนายน 2555