ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    041808 กู้ร่วมพัน6 กันยายน 2553

    คำถาม
    กู้ร่วม
    ระหว่างดิฉันอยู่กินกับชายฉันสามีภรรยา ชายได้กู้เงินจากดำ 2 ครั้ง จำนวนสามแสนและสองแสนบาท ตกลงดอกเบี้ยอัตราร้อยละสี่บาทต่อเดือน ให้ชายส่งดอกเบี้ยทุกสิ้นเดื่อน แต่ทำสัญญากู้ระบุดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี ชายรับเงินกู้ทั้งหมดไปให้แม่ของชาย ชายส่งดอกเบี้ยให้ดำ3เดือน จากนั้นไม่ชำระ ดำให้ดิฉันลงชื่อในสัญญาที่ชายทำให้ไว้กับดำในช่องผู้กู้ ชายส่งดอกเบี้ยอีก 2เดือน หลังจากนั้นไม่ชำระดอกเบี้ยอีก ดำจะเอาเรื่องชาย ชายขอให้ดิฉันเอาที่ดินของแม่กับของน้าไปจดทะเบียนจำนองประกันหนี้ จากนั้นชายไม่ชำระหนี้เลย และหนีไปแต่งงานกับหญิงอื่น ดำจึงมาทวงหนี้จากดิฉันในฐานะเป็นผู้กู้ร่วม ดิฉันไม่ชำระเพราะดำก็รู้ว่าชายไม่ได้เอาเงินกู้มาให้ดิฉันเลย  ผ่านไป 6 ปีแม่และน้าต้องการโฉนดที่ดินที่จำนองไว้คืน ดิฉันรวบรวมเงินได้เก้าแสนเศษ เพียงพอชำระเงินกู้และดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีตามที่ระบุในสัญญา นัดนายดำไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ดำไม่ยอมบอกว่าต้องชำระดอกเบี้ยร้อยละสี่ต่อเดือน ดิฉันต้องทำอย่างไรจึงจะไถ่ที่ดินคืนได้ มีคนบอกว่าต้องเอาเงินไปวางทรัพย์ดิฉันไม่เข้าใจว่าคืออะไร จึงเรียนปรึกษาอาจารย์ให้คำแนะนำดิฉันด้วย และดิฉันรู้สึกว่าดิฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้ใช้เงินเลยแต่ต้องมาใช้หนี้แทน
    คำตอบ
    เรื่องนี้เห็นจะหนีการฟ้องศาลไม่ได้ และในเวลาที่จะต้องฟ้องศาลนั้นก็คงต้องหาทนายความ จึงควรปรึกษาทนายความเสียแต่ต้น เพื่อให้เขามีหนังสือบอกกล่าวให้รับการไถ่ถอนจำนอง หากเขาไม่มาตามนัดก็ต้องฟ้องเขา เมื่อชนะคดีแล้วจะได้ไปจดทะเบียนไถ่จำนองได้โดยถือเอาคำพิพากษาแทนตัวเจ้าหนี้ วิธีการบอกกล่าวก็ดี วิธีการฟ้องก็ดี ควรต้องให้ทนายความเขาทำให้จะได้รอบคอบและรัดกุม  แต่ถ้ามีการนำเงินไปวางศาล ไม่ว่าทนายความจะพูดอย่างไร ก็อย่าให้เงินเขาไปวางศาลแทนเป็นอันขาด เพราะเคราะห์ร้ายไปเจอทนายไม่ดีเขา เข้าอาจเอาเงินไปแล้วมาหลอกว่าวางศาลแล้ว  แม้แต่เขาจะพาไปที่ศาล แล้ว หากเขาบอกให้เอาเงินให้เขา เพื่อเขาจะได้มอบให้เจ้าหน้าที่ที่ยืนเกร่ ๆ อยู่แถวศาล ก็อย่ายอม  ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ทำเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายเจ้าหนี้โดยตรง (โดยระบุชื่อให้ชัดเจน)
    มีชัย ฤชุพันธุ์
    6 กันยายน 2553