ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    040036 โดนอายัดบ้านและขายทอดตลาดแอน29 เมษายน 2553

    คำถาม
    โดนอายัดบ้านและขายทอดตลาด

    กราบเรียนอาจารย์มีชัยที่เคารพ

                 ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยเข้ามาขอคำปรึกษาบ้างแล้ว ( แต่นานมากแล้วค่ะ ) อยากขอเกริ่นเรื่องจากความเดิมค่ะ 

            คือก่อนหน้านี้ญาติของดิฉันได้ไปซื้อที่ดินที่จ.จันทบุรี โดยใช้ชื่อดิฉัน+ ญาติเป็นผู้กู้ แต่ญาติไม่ยอมส่งผ่อนชำระหนี้ ทางธนาคารได้ฟ้องและนำที่ขายทอดตลาดแต่ขายที่ดินถูกมาก ไม่พอชำระหนี้จึงตามมาให้ดิฉันเป็นผู้ชำระ เนื่องจากว่าตอนที่ทำเรื่องกู้นั้นตั้งแต่ปี 2541 ศาลฟ้องเอาที่ดินขายทอดตลาดนับจากนั้นมา 10 ปี ีทางธนาคารได้ให้พนักงานติดตามหนี้ตามจนเจอและสั่งให้ดิฉันชำระหนี้ที่เหลือ เนื่องจากที่ดินตอนที่ซื้อมีราคา  650,000 บาท ( ยังไม่รวมดอกเบี้ย ) ขายทอดตลาดราคา 60,000 บาท และไม่ชำระหนี้มีจดหมายแจ้งทวงหนี้มาว่าดิฉันเป็นหนี้ถึง 953,000 กว่าบาท ( รวมด/บ+ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ) นับจากวันที่ศาลพิพากษาให้ขายทอดตลาดจนถึงตอนนี้รวมแล้ว 10 กว่าปี ซึ่งจริง ๆ ก็คงหมดอายุความแล้ว แต่ทางธนาคารสืบรู้ว่าดิฉันได้ซื้อทาวน์เฮ้าส์ 1 หลัง จึงได้มีหมายจากกรมบังคับคดีสั่งยึดบ้านขายทอดตลาด ซึ่งราคาขายนั้นอยู่แค่ 659,000 เท่านั้น ตอนนี้เรื่องอยู่ที่กรมบังคับคดีจ.สมุทรปราการแล้วค่ะ โดยที่ทาวน์เฮ้าส์หลังนี้ยังติดจำนองอยู่กับสถาบันการเงินแห่งหนึ่งอยู่ ทางสถาบันการเงินได้ทำเรื่องไปที่ศาลจ.จันทบุรีเพื่อขอรับเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์ (สถาบันทางการเงินได้ทำหนังสือไปที่ศาลจ.จันทบุรีโดยแจ้งกับทางศาลว่าดิฉันยังติดจำนองบ้านหลังนี้ในราคา 980,000 บาทอยู่) ตอนนี้ศาลมีคำสั่งให้ทางสถาบันการเงินเป็นผู้รับเงินจากการขายทอดตลาดก่อน และดิฉันมีคำถามที่จะเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ

     1. ในกรณีนี้ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามี

    บ้านหลังที่ถูกยึดเป็นสินสมรสถ้าขายได้จะต้องแบ่งให้สามีครึ่งหนึ่งก่อนโดยนำไปชำระหนี้ใช่ไม๊คะ แต่เผอิญว่าบ้านหลังนี้ดิฉันได้กู้ร่วมกับสามีเท่ากับว่าถ้านำไปขายทอดตลาดและถ้าขายแล้วเงินไม่พอชำระหนี้ ทางสถาบันการเงินจะต้องตามมาทวงหนี้ส่วนที่เหลือกับทางดิฉันและสามีใช่ไม๊คะ ( อันนี้ดิฉันได้มีการเจรจานอกรอบกับทางสถาบันการเงินบ้างแล้ว แต่ทางนั้นกำลังรอดูว่าจะขายบ้านหลังนี้ได้ในราคาเท่าไหร่ แล้วจะนำเรื่องมาพิจารณาในภายหลัง)  ดิฉันอยากถามว่าถ้าขายแล้วเงินไม่พอชำระหนี้ ดิฉันกับสามีอาจต้องถูกสืบทรัพย์และนำทรัพย์นั้นมาขายเพื่อไปชำระหนี้ต่อใช่ไม๊คะ และถ้าไม่พอชำระหนี้อีกทางเจ้าหนี้สามารถดำเนินการอะไรกับดิฉันและสามีได้อีกบ้างคะ ( ดิฉันและสามีทำงานบริษัทฯเอกชนค่ะ)

    2. ทางธนาคารที่ฟ้องดิฉันเรื่องที่ดิน และบังคับบ้านขายทอดตลาดนั้น ตอนนี้ทางธนาคารเค้ารู้อยู่แล้วว่าบ้านหลังนี้ติดจำนองอยู่และไม่สามารถรับเงินที่ขายบ้านหลังนี้ได้เลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว เนื่องจากยอดหนี้ที่ดิฉันติดจำนองนั้นสูงถึง 980,000 บาท และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีขายบ้านในราคา 659,000 บาท แต่ดิฉันเป็นหนี้เรื่องที่ดินนี้สูงถึง 953,000 ( รวมด/บ+ค่าธรรมเนียมอื่น ) ดิฉันอยากทราบว่าทางธนาคารสามารถดำเนินการใด ๆ กับดิฉันได้บ้างหลังจากที่ไม่สามารถรับเงินขาบย้านทอดตลาดได้ ( ทางธนาคารได้แจ้งอายัดบ้านหลังนี้ภายในกำหนดอายุความ 10 ปีแล้วนับจากวันที่ศาลพิพากษา) และตอนนี้อายุความก็ได้หมดลงแล้วด้วยค่ะ

    3. ส่วนผู้กู้ร่วมนั้นเป็นญาติที่กินเงินบำนาญอยู่ค่ะ ( แก่มากแล้วอายุ 66 ปีค่ะ) ทางธนาคารหรือเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีสามารถตามมายึดทรัพย์สินอื่น ๆ ของดิฉันและผู้กู้ร่วมได้อีกหรือไม่ เพราะดิฉันกลัวว่าเค้าจะตามมาอายัดเงินเดือนของดิฉัน ซึ่งดิฉันมีลูกเล็ก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู และต้องผ่อนรถจักรยานยนต์อยู่ด้วยค่ะ นอกนั้นดิฉันก็ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดให้ยึดแล้วค่ะ ทางธนาคารสามารถแจ้งให้ดิฉันเป็นบุคคลล้มละลายได้ไม๊คะ

    อยากขอความกรุณาทางอาจารย์มีชัย ช่วยตอบคำถามให้กับดิฉันด้วย และอยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำว่าดิฉันต้องทำอย่างไรต่อไปดีค่ะ

    ด้วยความเคารพอย่างสูง

    แอน

     

    คำตอบ

    1.  เมื่อขายแล้วไม่พอชำระหนี้ เขาก็คอยติดตามทรัพย์สินของคุณเรื่อยไป เมื่อพบว่ามีทรัพย์สินเมื่อไรเขาก็มายึดขายทอดตลาดอย่างที่เจ้าหนี้รายแรกกำลังทำอยู่

    2. การที่อายุความหมดแล้วนั้นไม่ได้แปลว่าหนี้หมดไปด้วย ถ้าเวลาเขาฟ้องคดีแล้วคุณไม่ไปศาลเพื่อยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ ศาลก็ดำเนินการบังคับคดีเรื่อยไป

    3. ถ้าหนี้นั้นถึงล้านเมื่อไรเขาก็มีสิทธิฟ้องล้มละลายได้

         อันการเป็นหนี้เขานั้น อย่านึกว่าเมื่อไม่มีอะไรให้ยึดแล้วเจ้าหนี้จะทำอะไรไม่ได้  เขาก็คอยรอเวลาเรื่อยไป ดังนั้นเมื่อเวลาถูกฟ้องร้อง จึงต้องไปศาลเพื่อไปต่อสู้คดี เพราะบางทีก็มีช่องทางในการต่อสู้คดีได้ เช่น เรื่องอายุความ หรือ เรื่องทรัพย์นั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ทั้งหมด (กรณีเป็นสินสมรส ซึ่งคู่สมรสต้องไปร้องขอกันส่วนของตนออกมา )


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    29 เมษายน 2553