ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก
  •  
  • แบ่งที่ดิน
  •  
  • ขาดคุณสมบัติรับราชการ
  •  
  • การทำนิติกรรม
  •  
  • ถ้าคู่สัญญาทำผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    033926 การหย่าร้างแอม26 กุมภาพันธ์ 2552

    คำถาม
    การหย่าร้าง

    เรียนอาจารย์มีชัย

    ดิฉันมีเรื่องขอเรื่องถาม เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2550 ดิฉันได้จดทะเบียนสมรสกับสามีซึ่งถือสัญชาติอเมริกันที่เมืองไทย หลังจากนั้นสามีก็ได้บินกลับประเทศไป ซึ่งทางฝ่ายชายได้บอกว่าหลังจากกลับไปจะรีบดำเนินการเรื่องขอยื่นวีว่าให้กับทางดิฉัน สามีโหกมาเป็นเวลาเกือบหกเดือนว่าเรื่องวีซ่าขอดิฉันยังอยู่ในกระบวนการ แต่มันใช้เวลานานเกิน ดิฉันจึงทำการตรวจสอบกับองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงได้ความว่า ทางสามีโกหกไม่เคยยื่นเรื่องใดๆ ให้ดิฉันเลย ซึ่งเค้าก็บอกว่าจะรีบดำเนินการให้แต่ให้รอก่อน ดิฉันก็รอมาจนถึงทุกวันนี้

    หลังจากที่สามีบินกลับไปเรายังคงมีการติดต่อและสามีส่งเงินมาให้อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเดือนกันยายน สามีได้บอกกับดิฉันว่ามีปัญหาเรื่องการเงินและหนี้สิน แต่ก็ยังเฉไฉไม่ตอบโดยตรงว่าหนี้สินนั้นเกิดจากอะไร และไม่บอกจำนวนเงินที่แน่นอน ทางดิฉันก็บอกไปว่าไม่ต้องส่งมาก็ได้เพราะ ในตอนนั้นดิฉันยังคงทำงานประจำอยู่ แม้ว่าทางสามีจะมิได้ส่งค่าใช้จ่ายมาให้แต่เราก็ยังคงติดต่อกันอยู่ แต่จะไม่ค่อยมากเหมือนช่วงแรก เพราะเราเข้าใจว่าเค้าทำงานหนักขึ้นแม่มีเวลา จนกระทั่ง วันที่ 20 มกราคม 2552 ทางสามีได้ส่งข้อความมาบอกว่า ต้องไปขึ้นศาลและทางศาลจะต้องส่งตัวไปเข้าอบรมในเรื่องขอการจัดการหนี้สินซึ่งเกิดจากการเล่นการพนันเป็นเวลาโดยรวม 3 สัปดาห์ ไม่สามารถที่จะติดต่อเค้าได้ เพราะทางเจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้ติดต่อใคร และห้ามดิฉันไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกให้ญาติพี่น้องของเค้าที่โน่นทราบ ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้บอกใคร แต่ก็ยังคงติดต่อกับสามีเพียงฝ่ายเดียว โดยการโทรหาแล้วฝากข้อความ และการส่งข้อความ ดิฉันรอด้วยความห่วงกังวล จนกระทั่งครบ 3 สัปดาห์ ดิฉันก็ยังติดต่อเค้าไม่ได้ ดิฉันจึงตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนที่พักอยู่ที่เดียวกับเค้า  แต่พวกเพื่อนก็บอกว่าเค้าไปสัมมนา ดิฉันรู้สึกว่ามันผิดปกติจึงลองเข้าไปค้นหาชื่อของเค้าในอินเตอร์เน็ต ปรากฎว่ามีอยู่หนึ่งเว๊ปไซต์ซึ่งเป็นของเค้า แต่มีรูปผู้หญิงอื่นอยู่ ซึงรูปนั้นได้มีการโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 ดิฉันได้เก็บข้อข้องใจของรูปนั้นไว้

    จนกระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 ทางสามีได้ส่งข้อความมาเพื่อขอโทษและบอกเป็นนัย ว่าอยากให้ดิฉันมีอนาคตที่ดีกว่านี้ อายุฉันยังน้อย เค้ามีหนี้สินเยอะไม่สามารถทำให้ชีวิตดิฉันดีขึ้นได้ ถ้าดิฉันอยากเป็นอิสระก้อสามารถบอกได้ และยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 สามีได้คุยออนไลน์(MSN)กับดิฉันทางโดยขอเลิกพร้อมทั้งบอกเรื่องราวความหลังของเค้าให้ฟัง ซึ่งทุกอย่างที่เค้าเคยบอกกับดิฉันก่อนแต่งงานกับตอนนี้มันคนละเรื่องกัน  เค้าขอหย่ากับดิฉันโดยบอกว่าไม่สามารถจะรับผิดชอบใดๆ เพราะเราทั้งสองคนไม่ได้มีลูกด้วยกัน และก็ยังคงให้ผู้หญิงคนใหม่เข้ามาคุยออนไลน์เพื่อบอกว่าตอนนี้พวกเค้าทั้งคู่อยู่ด้วยกันและทางฝ่ายชายก็มีความสุขมากกว่าก่อน อยากให้ทางดิฉันทำตามที่ทางฝ่ายชายต้องการ

    ในกรณีของดิฉัน ไม่ทราบว่าทางอาจารย์มีชัยจะมีข้อแนะนำอย่างไนไรบ้างค่ะ สามารถเรียกร้องสิทธิขอการเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายไทยได้บ้างมั้ยค่ะ แล้วไม่ทราบว่ายังคงกลับไปใช้นางสาว.....นามสกุลเดิม ได้ใช้มั้ยค่ะ แล้วสถานะภาพของดิฉันหลังการหย่าจะถูกเปลี่ยนสถานะภาพเป็นอะไรค่ะ

    ดิฉันขอรบกวนอาจารย์มีชัยช่วยกรุณาแนะนำแนวทางให้ดิฉันด้วยค่ะ

     

    ขอบพระคุณมากค่ะ

     

     

     

    คำตอบ

    เมื่อคุณตัดสินใจแต่งงานกับคนอเมริกัน คุณก็ต้องยอมรับรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเขา ที่ เมื่อรักจะอยู่ด้วยกันเขาก็อยู่อย่างถูกต้อง แต่เมื่อเบื่อและไม่อยากอยู่ด้วยกันเขาก็บอกมาตรงและขอเลิก  ดังนั้นการเลิกกันหรือหย่ากันจึงเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ควรไปอาลัยอาวรณ์ ควรตั้งหน้าตั้งตาสร้างชีวิตใหม่จะดีกว่า ส่วนเรื่องทรัพย์สินนั้นแม้ตามกฎหมายคุณจะมีสิทธิได้รับสินสมรสครึ่งหนึ่ง หรือตามกฎหมายอเมริกาเขาจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้คุณ แต่เมื่อเขาไปอยู่ที่ประเทศของเขาเสียแล้ว การที่จะรู้ว่าเขามีสินสมรสอะไรอยู่บ้างก็เป็นการยาก และการที่จะเรียกร้องค่าเลี้ยงดูอะไรก็คงต้องตามไปเรียกร้องที่โน่น ซึ่งคงจะต้องลงทุนลงแรงอีกไม่น้อย เพราะค่าทนายความที่โน่น แพงมหาศาล 

          สำหรับสถานะภายหลังการหย่านั้น ตามกฎหมายไทยคุณจะกลับไปใช้นางสาว และใช้นามสกุลเดิมก็เป็นสิทธิของคุณตามกฎหมายไทยได้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องเป็นกังวล สิ่งที่ควรกังวลก็คือทำอย่างไรจึงจะหย่าได้  เพราะการหย่าโดยความสมัครใจนั้นเจ้าตัวจะต้องมาพร้อมกันและไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ หรือมิฉะนั้นก็ต้องใช้วิธีฟ้องหย่าต่อศาล


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    26 กุมภาพันธ์ 2552