ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก
  •  
  • แบ่งที่ดิน
  •  
  • ขาดคุณสมบัติรับราชการ
  •  
  • การทำนิติกรรม
  •  
  • ถ้าคู่สัญญาทำผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    038633 ศาลล้มละลายกลาง มีจดหมายมา ต้องทำอย่างไรค่ะพัช7 มกราคม 2553

    คำถาม
    ศาลล้มละลายกลาง มีจดหมายมา ต้องทำอย่างไรค่ะ

    ดิฉันและอดึตสามีได้หย่าขาดกันมา 10 กว่าปีแล้ว   และปัจจุบันอดึตสามีได้เสียชีวิตไป 3  ปีแล้ว     แต่ทิ้งหนี้สินไว้ให้ดิฉันมากมาย  สาเหตุเพราะนิติกรรมที่ทำไว้ก่อนหย่าขาดกันเพราะความไม่รุ้เรื่องของดิฉัน    ตอนนั้นดิฉันมีเงินเก็บอยุ่ประมาณ 500.000 บาท และแหวนเพชร   เจ้าหนี้อดึตสามีก็มาทวงดักหน้าบ้านเฝ้าดิฉันและลูกทั้งวันทั้งคืน    ดิฉ้นกลัวมากต้องยอมให้อดึนสามีไปใช้เขาจนหมด   เมื่อหย่ากันแล้วดิฉันและลูกก็ออกจากบ้าน ( บ้านที่อยุ่ด้วยกันซึ่งเขาโอนใส่ชื่อให้ดิฉันตอนแต่งงาน )    กลับมาอยุ่บ้านแม่ดิฉันและไม่ได้มีทรัพยสินใดๆ ให้ดิฉันและลูกมาเลยสักบาทเดียวนอกจากเสื้อผ้า

     ปัจจุบันดิฉันแต่งงานใหม่ และไม่ได้ทำงานแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้ว สุขภาพไม่แข็งแรง  คุณแม่ และ คุณย่า  ช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียน และ กุ้ กยศ ด้วย และสามีปัจจุบันช่วยค่าใช้จ่ายให้ลูกดิฉันเรียนมาตลอดนับแต่ดิฉันและลุกออกจากบ้านมาอาศัยอยู่บ้านแม่     จนทุกวันนี้ก็ยังอาศัยอยุ่บ้านแม่กันหมด

    มีเอกสารเรื่องหนี้สินมาว่าดิฉันเป็นจำเลย  โดยยึดบ้านหลังที่ดิฉันออกมา ( ปัจจุบันไม่มีคนอยุ่ปิดร้างไว้เพราะอดึตสามีเสียชีวิตไป 3  ปี ที่แล้ว )  และห้องแถวที่เป็นชื่ออดึตสามี     โดนยึดหมดแล้วแต่ก็ยังคงเหลือหนี้อีก ร่วม 10 ล้าน  เมื่ออดีตสามีเสีย   ก็มีหนังสือมาถึงลูกดิฉันว่าเป็นจำเลยแทนพ่อเขา     ทั้งที่ไม่ได้อยู่กับพ่อมา 10 กว่าปีแล้ว    

    วันนี้มีจดหมายเปิดผนึกมาจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัด    หมายเรียกพยานหรือบุคคลอื่น    ศาลล้มละลายกลาง  ว่ามีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ไว้เด็ดขาดตั้งแต่  ก.ค. 2552      ท่านมีหน้าที่ต้องไปให้การสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลุกหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์   และได้ความว่าท่านสามารถให้การสอบสวนได้      จึงให้ท่านไปพบเจ้าพนักงาน.........ภายใน  7 วัน  นับแต่รับหมายนี้    ถ้าไม่ปฏิบัติตามอาจมีโทษทางอาญา

    อนึ่งนัดตรวจคำขอรับชำระหนี้.... พ.ค.. 2553

    อีกแผ่นเขียนว่า...   ให้ท่านส่งมอบทรัพย์สิน  สมุดบัญชี  เอกสารเกี่ยวกับกิจการของท่าน ให้พนง. พิทักษ์ทรัพย์    

    -  ภายใน 24 ชม.  ท่านต้องไปสามบานตัวต่อ เจ้าพนักงาน.... ยื่นคำชี้แจงว่มีหุ้นส่วนกับผุ้ใดหรือไม่

    - ภายใน 7 วัน ต้องไปสาบานตัวต่อเจ้าพนักงานชี้แจ้งทรพ้ยสิน   

    หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษทางอาญา

    ขอเรียนถามว่า

    1.      เมื่อดิฉันไปรายงานตัวแล้ว  ทางศาลจะทำอย่างไรกับดิฉันค่ะ    ดิฉันไม่มีเงินจะใช้หนี้ให้แทนอดึตสามีได้มากมายขนาดนั้น  ทั้งที่ดิฉันเองไม่ได้เป็นคนสร้างหนี้เลยสักบาท   และดิฉันเองก็สุขภาพไม่แข็งแรงนัก    ไม่มีงานทำแล้ว อายุ 40 กว่าแล้ว  ปัจจุบันเป็นแม่บ้านช่วยดุแลแม่ และคุณยายอยู่บ้านค่ะ    สามีปัจจุบันช่วยออกค่าใช้จ่ายในบ้านให้  แต่ไม่มีมากพอไปชำระหนี้ให้อดีตสามีดิฉันได้ค่ะ

    2.   ดิฉันจะต้องเล่าความจริงในอดีตที่สามีเป็นหนี้มากมาย และสาเหตุที่เลิกกันให้ศาลฟังอย่างละเอียดไหมคะ    (  เขาเสียชีวิตไปแล้ว ก็ไม่อยากเอาเรื่องในอดึตมาพูดให้เสียความรุ้สึกกัน   อีกทั้งคนปัจจุบันเปล่า ๆ )

    3.  หากดิฉันไม่ไปตามที่ศาลนัด      ดิฉันจะได้รับโทษอย่างไรค่ะ   ( ไม่เคยไปเลยไม่รุ้จะทำอย่างไร และไม่กล้าไปด้วยค่ะ กลัวมาก ๆ  ) 

     

    คำตอบ

    1.-3. เมื่อศาลนัดก็ควรต้องไป อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าคุณถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร เป็นหนี้สินตั้งแต่เมื่อไร ส่วนจะต้องทำอย่างไรต่อไปนั้นเมื่อไปศาลแล้วก็คงรู้   การที่คุณไม่ยอมไปศาลตามที่ศาลนัด หนี้สินจึงพอกพูนโดยไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร  อันที่จริงหนี้ของใครก็เป็นของคนนั้น ไม่เกี่ยวกับคุณหรือบุตร เว้นแต่จะได้รับมรดกของเขามา ก็ต้องรับผิดชอบเพียงไม่เกินมรดกที่ได้รับมา แต่เมื่อคุณไม่ไปศาล เรื่องจึงพอกหางหมูมากยิ่งขึ้น  ทางที่ดีควรปรึกษาทนายความ จะได้เล่ารายละเอียดและเอาเอกสารให้เขาดู เขาจะได้แนะนำถูก  เวลาไปศาลในคดีแพ่งน่ะ ไม่มีคุกตะรางเข้ามาเกี่ยวข้องหรอก แต่ถ้าไม่ไปซี ก็อาจมีโทษอย่างที่เขาบอกมาได้


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    7 มกราคม 2553