ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก
  •  
  • แบ่งที่ดิน
  •  
  • ขาดคุณสมบัติรับราชการ
  •  
  • การทำนิติกรรม
  •  
  • ถ้าคู่สัญญาทำผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    035306 คดีฟ้องล้มละลายภัสร์นลิน31 พฤษภาคม 2552

    คำถาม
    คดีฟ้องล้มละลาย

    เรียนท่าน อ.มีชัย ที่เคารพ  

    ด้วยดีฉันมีเรื่องทุกข์ใจ ไม่สามารถหาที่พึ่งอื่นใดได้ เนื่องจากบิดาของดิฉันได้รับหมายเรียก คดีล้มละลาย  เหตุเกิดเนื่องจากบิดาของดิฉันทำสัญญากู้จำนองบ้าน กับธนาคารกรุงเทพฯ เป็น เงินต้น 670,339.08  + ดอกเบี้ยร้อยละ 8   แต่ด้วยประสบปัญหาทางการเงิน จึงไม่ได้ผ่อนชำระ ตั้งแต่ปี 29 มิถุนายน 2539

    ต่อมาทางธนาคารก็ฟ้องศาล  บังคับคดี และบิดาของดิฉันก็เซ็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามเอกสารศาลแพ่ง 18 สิงหาคม 2543 แจ้งเป็นหนี้โจทย์ตามฟ้องจำนวนถึง 1,181,012.34 บาท (เป็นยอดเงินต้นและดอกเบี้ย) + ค่าฤชา 3,875 + ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี นับตั้งแต่ 25 ธ.ค 42 – 3 ธ.ค 48 =318,673.13 บาท รวมเป็นหนี้ตามหมายนี้  1,503,563.47 บาท ซึ่งการณ์นี้ทางกรมบังคับคดีได้ยึดทรัพย์จำนองบ้านดังกล่าว และออกขายทอด และขายได้แล้ว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2548 โดยทางเจ้าหนี้-ธนาคารกรุงเทพ ได้รับหนี้จำนวน 527,071 บาท  จึงเหลือยอดหนี้ ณ วันที่ 3 ธ.ค 48 ตามหมายศาลทั้งสิ้น 976,492.47  บวกดอกเบี้ยอีก ร้อยละ 8 นับจากวันที่ 4 ธ.ค.48 –7 พ.ค 52 จำนวน 183,801.47 บาท รวมภาระหนี้ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 (วันฟ้องล้มละลาย) เป็นเงิน 1,160,293.94 บาท  ตามหมายศาลฟ้องล้มละลาย ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 

    โดยตั้งแต่เซ็นสัญญาประนีประนอมนั้น ปี 2543 บิดาของดิฉันก็ไม่สามารถหาเงินผ่อนชำระจ่ายตามที่ตกลงได้  เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินเช่นกันและตัดสินใจว่ายอมแล้ว   

     จากการได้รับหมายศาล แจ้งฟ้องบิดาของดิฉันเป็นคนล้มละลาย เลยทำให้ดิฉันทุกข์ใจ จึงอยากจะขอเรียนถามท่านอาจารย์ดังนี้

    1.      การที่ได้รับหมายศาลฟ้อง ให้บิดาของดิฉันเป็นบุคคลล้มละลาย  หากบิดาของดิฉันไม่ไปศาลในวันกำหนดนัด  จะส่งผลอะไรต่อบิดาของดิฉันบ้างคะ

    2.      และตัวดิฉันผู้เป็นบุตร ต้องมีภาระผูกพัน กับการณ์นี้ด้วยหรือไม่   โดยการเซ็นกู้ครั้งนั้น มีบิดาของดิฉันเป็นผู้เซ็นกู้เพียงคนเดียว

    3.      ตามทะเบียนบ้าน บิดาของดิฉัน มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่ดิฉันเป็นคนซื้อและผ่อนชำระอยู่  โดยดิฉันเป็นเจ้าบ้านแต่เพียงผู้เดียว จากหมายศาลฟ้องล้มละลายนั้นจะมีผลต่อการยึดทรัพย์ในบ้านที่ดิฉันผู้เป็นบุตรหรือไม่คะ

    4.      หากกรณีเราไม่มีปัญญาจะผ่อนชำระหนี้อันพอกพูนด้วยดอกเบี้ยอันโหดร้ายนี้ เราควรปล่อยให้ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่ หรือมีทางออกอื่นที่ดีกว่าคะ

    ขอขอบพระคุณล่วงหน้าในความกรุณาค่ะ

    ภัสร์นลิน

                   

     

     

     

     

    คำตอบ

    เรียน คุณภัสร์นลิน

    1.  ถ้าไม่ไปศาล ๆ ก็จะพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว และในที่สุดก็คงสั่งให้ล้มละลาย

    2. หนี้ของใครก็เป็นของคนนั้น คุณไมต้องรับผิดชอบด้วย

    3. ไม่เกี่ยวกัน แต่เวลาที่เจ้าหนี้เขาฟ้องคดี จึงควรไปศาลเพื่อจะได้คอยดูไม่ให้เขามายึดบ้านของคุณโดยเข้าใจผิด

    4. ก็ถูกแล้ว เพราะถ้าประพฤติตนดีก็ล้มละลายเพียง ๓ ปี หลังจากนั้นหนี้สินก็เป็นอันพับกันไป


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    31 พฤษภาคม 2552