ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    049009 กฏหมายก็ผันผวนได้คิดแล้วกลุ้ม11 เมษายน 2556

    คำถาม
    กฏหมายก็ผันผวนได้

    ขณะที่หญิงหม้ายมีชายซึ่งมีภรรยาอยู่แล้วมาชอบแต่หญิงหม้ายยังไม่ได้มีอะไรกับชายผู้นี้แต่ได้บอกชายผู้นี้ให้กลับไปถามเมียดูก่อนว่าจะยอมรับเขาให้เป็นเมียอีกคนได้หรือไม่? ชายผู้นี้ก็ได้ตกลงและได้พาภรรยาไปตกลงกับหญิงหม้ายผู้นี้ด้วยกันในที่แห่งหนึ่งโดยมีลูกชายเขาติดรถมาด้วยการตกลงกันครั้งนี้ได้ความว่าเมียเขาตกลงยอมรับให้เป็นเมียอีกคนหนึ่งได้โดยที่ลูกชายเขาก็ได้ยินเรื่องที่ตกลงกันแต่การตกลงมิได้มีการบันทึกอะไรไว้เป็นหลักฐานหญิงหม้ายผู้นี้ก็ไม่คิดว่าเมียเขาจะยอมรับเลยคิดตามประสาซื่อว่าเอ๊ะทำไมจึงเป็นแม่พระได้ แต่ในขณะก่อนหน้าหญิงหม้ายผู้นี้จะมาตกลงกับภรรยาของชายผู้นี้หญิงหม้ายผู้นี้คิดว่าถ้าภรรยาของเขาไม่ยอมรับตนเองเป็นเมียอีกคนหนึ่งชายผู้นี้จะได้ไม่มายุ่งกับตนเองอีกแต่นี่กับพลิกล๊อกชายผู้นี้จึงพอใจเป็นอย่างมากกับการที่จะได้มีเมียถึง 2 คนแต่หญิงหม้ายผู้นี้ก็ยังไม่วางใจสุดท้ายก็กลับบ้านพร้อมกันโดยที่ลูกชายนั่งหน้ากับชายผู้นี้และภรรยาเขากับหญิงหม้ายนั่งด้านหลังโดยมิได้มีเรื่องทะเลาะกัน หญิงหม้ายทำงานที่เดียวกันกับชายผู้นี้ความสัมพันธ์โดยการเป็นเพื่อนร่วมงานการทำงานเป็นไปปกติ ชายผู้นี้ยังมิได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวตามที่ภรรยาเขาคิดชายผู้นี้ก็ได้ขอบ้านพักของทางราชการไว้หนึ่งหลังแต่ความเป็นอยู่ของทางบ้านชายผู้นี้หญิงหม้ายไม่ได้รู้เรื่องอะไรแต่มารู้ทีหลังว่าชายผู้นี้บางทีก็มิได้กลับบ้านทำให้ภรรยาของเขาคิดว่าเขามาค้างบ้านหญิงหม้ายผู้นี้และการยุของเพื่อนบ้านทำให้ภรรยาเขาได้เข้าพบเจ้านายอ้างหญิงหม้ายผู้นี้มีพฤติกรรมชู้สาวกับสามีของตนชายผู้นี้รู้ว่าภรรยาของตนมาร้องเรียนด้วยความรู้ไม่จริงและทำให้ตนเองได้รับความเสียหายต่อหน้าที่การงานทำให้หญิงหม้ายผู้นี้ก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากชายผู้นี้คิดว่าจำเป็นต้องฟ้องหย่าเพื่อที่จะปกป้องตนเองและหญิงหม้ายผู้นี้ที่ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ต่อมาภรรยาของชายผู้นี้ก็ได้ฟ้องศาลเรียกค่าทดแทนหญิงหม้ายผู้นี้เรื่องเดือดร้อนไปกันใหญ่หญิงหม้ายผู้นี้จึงจำคำที่ภรรยาของชายผู้นี้ได้ตกลงกับตนเองดังที่กล่าวมาข้างต้นว่ายอมรับตนเองให้เป็นเมียของสามีได้ลูกชายของเขาก็เป็นพยานและหลังจากการตกลงก็มิได้ทำให้หญิงหม้ายยอมเป็นเมียของชายผู้นี้เพราะยังอับอายเพื่อนบ้านอยู่พอดีมีเรื่องนี้เกิดขึ้นหญิงหม้ายผู้นี้ก็ได้นำคำที่ตกลงมาให้การที่ศาลตามศาลนัดแต่สุดท้ายภรรยาของชายผู้นี้ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนเองตกลงไว้ส่วนหญิงหม้ายผู้นี้ก็มิได้ยอมรับว่าตนเองยอมเป็นเมียของชายผู้นี้ในคำให้การที่ศาลหลักฐานก็ไม่มีว่าหญิงหม้ายผู้นี้มีพฤติกรรมเป็นชู้สาวกับชายผู้นี้เพราะภรรยาเขาให้การแค่คำพูดว่าสามีเขาไม่กลับบ้านคิดว่าต้องมาอยู่กับหญิงหม้ายผู้นี้แต่หญิงหม้ายผู้นี้ไม่เคยมีพฤติกรรมกับใครแบบนี้มาก่อนและก็ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาประสบปัญหาแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งเพราะตนเองก็ทำงานมีคนนับหน้าถือตาอยู่บ้างและก็ไม่อยากเอาใครมาเป็นพยานที่ศาลให้เดือดร้อน ณ ตอนนั้นเพราะพยานก็คือบุตรชายและสามีเขาเองเขาจะมาเข้าข้างหญิงหม้ายได้อย่างไรเพราะเขาก็ไม่อยากให้ลูกชายเขาเดือดร้อนสุดท้ายหญิงหม้ายก็แพ้คดีต้องชดใช้ค่าทดแทนตามคำเรียกร้องแต่การที่หญิงหม้ายมิได้ให้ศาลมีหมายเรียกลูกชายมาเป็นพยานว่าหญิงหม้ายผู้นี้มิได้มีพฤติกรรมชู้สาวจริงเพราะหญิงหม้ายอยากให้เรื่องมันจบตามความคิดของหญิงหม้ายแต่เรื่องมันก็ไม่จบภรรยาของชายผู้นี้ได้นำคำพิพากษาศาลสิ้นสุดแล้วจบแล้วนำมาร้องเรียนต่อหน่วยงานของหญิงหม้ายผู้นี้เพ่ื่อเอาผิดวินัยต่อ หญิงหม้ายผู้นี้จึงคิดจะต่อสู้คืนบ้างจึงขอถามดังนี้

    1 หญิงหม้ายผู้นี้ยอมให้เรื่องจบโดยที่ตนเองมีหนทางหรือพยานที่จะต่อสู้และก็อาจจะชนะเพราะความที่สงสารชายผู้นี้ซึ่งเป็นพ่อของพยานไม่อยากทำร้ายจิตใจชายผู้นี้ให้มากนัก หญิงหม้ายจึงมิได้อุทรณ์ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการ

    2 ด้วยความที่ตนเองจ้างทนายๆ ก็มิได้บอกกล่าวอะไรให้เป็นสำคัญเพราะความที่หญิงหม้ายยังมีภาระมากใหนจะทำงานและเลี้ยงลูกคนเดียวการที่ไม่ทุทรณ์ก็ไม่ใช่ตนเองเป็นผู้ผิดแต่อยากให้มันจบ หญิงหม้ายผู้นี้ก็ไม่คิดว่าภรรยาเขาจะอาฆาตตนเองขนาดนี้

    3 ในเมื่อเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้หญิงหม้ายจึงคิดว่าจะขอยื่นคำร้องต่อศาลขอรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ไหม?เพราะเรื่องนี้หญิงหม้ายยังมิได้นำบุคคลที่รู้เห็นความจริงทั้งหมดมาเป็นพยานจากที่ตนเองมิได้เป็นผู้ผิดแต่กลับเป็นผู้ผิดโดยสุจริต (อยากจะขอความเป็นธรรมกลับมาสู่ตนเอง)

    4 การให้การที่ศาลของภรรยาชายผู้นี้ก็เป็นการให้ความเท็จทั้งหมด โดยที่หลักฐานอะไรก็ไม่มีมาให้ศาลดูเลยว่าหญิงหม้ายผู้นี้มีพฤติกรรมเป็นชู้สาวจริงเป็นเพราะความซื่อของหญิงหม้ายผู้นี้ตนเองจึงต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าทดแทน

    5 ภรรยาของชายผู้นี้เมื่อตอนนำเรื่องมาร้องเรียนที่หน่วยงานของหญิงหม้ายภรรยาของชายผู้นี้เป็นอดีตภรรยาของชายผู้นี้ตามทะเบียนการหย่าขาดที่อำเภอเมืองแล้วที่สำคัญคือหญิงหม้ายผู้นี้เมื่อตอนอดีตภรรยาของชายผู้นี้นำเรื่องมาร้องเรียนที่หน่วยงานหญิงหม้ายผู้นี้ก็ได้จดทะเบียนสมรสกับอดีตสามีของภรรยาผู้นำเรื่องมาร้องเรียนเพราะเรื่องที่อดีตภรรยานำมาร้องเรียนนั้นหญิงหม้ายกล่าวคำอ้างในหนังสือร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับอดีตสามีของตน

    6 ปัจจุบันความเป็นสามี-ภรรยาถูกต้องตามกฏหมายมีความสำคัญอย่างไร ? และอดีตสามี-ภรรยา มีความสำคัญอย่างไร?

    7 ขอให้ท่านตอบคำถามอย่างที่ท่านเป็นนักกฏหมาย ศิลธรรมเป็นสิ่งดีงามและเป็นความดีที่ต้องปฏิบัติตามกฏของศาสนาพุทธแต่มีใครเคยคิดบ้างไหม? ว่าการที่ภรรยาและบุตร-ธิดาที่สามีหรือพ่อได้ดูแลเลี้ยงดูอย่างดีก็มีความผิดพลาดหรือมีมุมหักเหของชีวิตไปบ้าง ไม่มีใครนึกถึงความดีกันบ้างหรือและการที่ภรรยามาทำเรื่องที่ทำให้สามีหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเดือดร้อนเสียหายโดยที่ยังมิได้รู้ความจริงเป็นเช่นไร ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากกรรมแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ไขไม่ใช่ให้เรื่องบานปลายผู้ที่ตัดสินเรื่องราวต่างๆ บางทีก็เห็นใจฝ่ายหญิงเพียงแค่คำพูดโดยที่บางครั้งก็มิได้มีหลักฐานเลยแม้แต่อย่างเดียวมาเป็นพยาน ทำให้คนที่ถูกกลายเป็นคนผิดแบบนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร

     

    คำตอบ

    3. การรื้อฟื้นคดีใหม่คงทำไม่ได้ เพราะการรื้อฟื้นคดีเป็นเรื่องทางอาญา ส่วนคดีของคุณเป็นคดีแพ่ง เมื่อปรากฏว่าคุณได้ต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้ว จึงไม่มีเหตุให้ขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

    4. การให้การของหญิงหม้ายเองนั่นแหละเป็นมูลที่จะทำให้ศาลพิพากษาว่ามีความสัมพันธ์ชู้สาวกับชายคนนั้น เพราะคนเราถ้ายังไม่มีอะไรกัน มีหรือจะยอมเดินทางไปกับชายเพื่อไปหาเมียเขา เพื่อให้เมียเขายอมรับตัวเองเป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง ความคิดเช่นนั้นแม้จะยังไม่มีอะไรกัน ก็เป็นการผิดอยู่แล้ว

       บางข้อไม่ใช่คำถามจึงไม่ได้ตอบ


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    11 เมษายน 2556