ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    021283 ผมบกพร่องหลักฐานมัดตัว แต่ไผมไม่ได้เป็นขโมยครับ (หาขโมยไม่ได้)เภสัชกร ผู้บกพร่อง7 เมษายน 2550

    คำถาม
    ผมบกพร่องหลักฐานมัดตัว แต่ไผมไม่ได้เป็นขโมยครับ (หาขโมยไม่ได้)

    เมษายน 2550  ตอบด่วน ด้วยครับ  (ผมยอมรับ ผมบกพร่องเลินเล่อ  แต่ผมไม่ใช่ขี้ขโมยครับ) 

     

                     ช่วยผมด้วยครับผมไม่มีที่พึ่ง   ผมรับราชการเป็น เภสัชกร โรงพยาบาลแห่งหนึ่งสงขลา  ผมพึ่งย้ายมาอยู่โรงพยาบาลรัฐแห่งนี้ครับ หัวหน้าฝ่าย ให้ผมขึ้นเวร  ปรากฏว่า มีวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตสาทประเภท 2  หายไป เป็นยานอนหลับ ชื่อ โดมิกุม  ครับ  (จริงยานี้สำคัญมาก   ต้องเก็บในตู้ล๊อกเป็นพิเศษ ต่างจากยาทั่วไป  ทำบัญชีสองชั้น    แต่ ความเป็นจริง กุญแจเสียบคาไว้  เพราะมีการ เบิกจ่ายบ่อย  ตอน เวร บ่าย ดึก ครับ   เภสักร  คนงาน  ลูกน้อง  สามารถ ไปหยิบมาจ่ายได้ โดยอิสระ )

     

    โทษ ทางกฎหมายพิเศษ  คือ

           

      (พรบ ควบคุมวัตถุออกฤทธิ์ ต่อจิตประสาท พศ 2518   )

                  ผู้ครอบครอง หรือขาย    บทลงโทษ ผู้ฝ่าฝืน ระวางโทษจำคุก 5 - 20 ปี และปรับ 100,000 - 400,000.- บาท

     

     

                    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น อย่างต่อเนื่อง 6 เดือนครับ มีคนขโมยยานี้ไป  รวมทั้งสิ้น  2000 เม็ด ราคาทุน เม็ดละ 8 บาท  หากคิดเป็นมูลค่าในตลาดมืด ถ้าไปขายเป็นยาเสพติด ก็เม็ดละเป็นร้อยบาทครับ   หากมีการเอาไปในสถานบัณเทิง  กินเพื่อ มอมให้หลับ 

     

    ความผิดของผม คือ

     

                    ผมมาทำบัญชีรับจ่ายยานี้  และเห็นอะไรผิดปกติ ในเดือน มกราคม  คือ เริ่มมียาเบิกกับยาที่เหลือในที่เก็บไม่ตรงกัน  ผมเห็นความผิดปกติ  แต่ไม่สนใจ  เข้าใจว่าคงแค่ทำใบสั่งยาหายแค่นั้น    ผมก็เลยก็เลยแทงจ่ายให้ตรงกัน (make ข้อมูลสักเล็กน้อย  ตัด ตัวเลขนิดเดียว  เบิก กับตัวเลข จ่ายให้ตรงกัน   หมายเหตุ::  จริงๆ ทำกันปล่อยครับในทุกโรงพยาบาลในทางปฏิบัติ  เพราะยาจำนวนมาก ทั้งปี ตัดยังไงไม่ค่อยตรง  แต่ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ  ก็ใช้ในโรงพยาบาลนี้แหละ เล็กๆน้อย เราก็กินกันเองก็มีครับ   แต่ส่วนใหญ่ จะทำกับยาทั่วไป  ไม่ใช่วัตถุออกฤทธ์ หรือ ยาเสพติดเหมือนครังนี้ )) 

     

               พอเดือนกุมภาพันธ์  ยาตัวนี้ก็ขาดอีก  ผมก็ยังไม่เอะใจ เพราะเชื่อว่า คงไม่มีใครขโมย  ก็ยังนิ่ง ไม่บอกใคร  ยังคง ลงบัญชีเกินทิ้งไว้ครับ

               ในที่สุด เดือนมีนาคม  ยาขาด ผมนับ รวม 400 เม็ด เป็นเรื่องใหญ่มากครับ  ผมก็เลยต้องชี้แจงหัวหน้าฝ่าย   เพราะโรงพยาบาล จำเลยผู้กระทำผิด     ต้องไล่มาจาก ผู้อำนวยการ    หัวหน้า ฝ่าย  หัวหน้าเวร และผม ผู้รับผิดชอบจำเลยที่หนึ่ง     ผมก็เลย บอกกับ หัวหน้า  คราวนี้เกิดเรื่องใหญ่ครับ เขา บอกว่า “ทำไม ไม่บอกตั้งแต่ เห็นความผิดปกติครั้งแรก  ปล่อยมาได้ไง  ตั้งสามเดือน”    ผมได้แต่นิ่งเงียบ เพราะ เหตุผลเดียวที่ผมมีคือ  ขี้เกียจบอก และยาคงไม่ได้หายไปไหน อาจแค่หาใบเบิกไม่จอแค่นั้น ย้ายมาทำงานใหม่ เดี่ยวเขาหาว่าทำงานไม่ดี    ก็เลย make ข้อมูล ให้เรื่องง่าย ขึ้นครับ

     

               ในที่สุด  ผมก็โดนตั้งกรรมการสอบสวน ครับ  กรรม การ สรุปว่า  พบยาสูญหาย ต่อเนื่อง 6 เดือน สูงถึง 2000 เม็ด  เขาถามผมว่า ผมเอาไปหรือไม่  ผมบอกว่า ไม่ได้เอาไป  จากนั้นกรรมการ ก็ถามว่า ผมถูกคนบังคับหรือไม่   ให้เปิดเผยกระบวนการยกยอกทรัพย์มา     ผมก็ได้แต่สาบานให้ตายตรงนั้น  ผมไม่ได้เอาไปจริงๆ  ผมเป็นข้าราชการดีเด่น โรงพยาบาลเก่า ประวัติดี กลับไปตรวจสอบได้ครับ  กรรมการทุกคน อยากช่วยครับเพราะไม่มีเหตุจูงใจให้เอา      แต่  หลักฐาน มัดตัวผม    ทั้งใบเบิกจ่าย ที่ผม ตัดการ์ด  อย่างเลินเล่อ  ทั้งหาตัว ขโมยไม่ได้  แถมหลังจากรู้ว่ามียาหาย ก็ปกปิกนานตั้งสามเดือน ทำไม่ไม่แจ้ง ผู้บังคับบัญชา ปล่อยมาได้ไง   มันมีพิรุดชัดเจน เกินกว่าจะเชื่อได้  

                 คำตอบ ของกรรมการสอบภายในคือ  ผมน่าจะต้องรับผิดชอบ  ทั้งวินัย และอาญา (ลักทรัพย์) อาจสูงถึง ไล่ออก  และจำคุก  ยึดใบประกอบวิชาชีพ  ผมเข่าอ่อนเลยครับ  ผมรับราชการมา จน ซี 7 สองขั้นทุกปี  ทำไมผมจะมาตัดอนาคต ตัวเอง โดยการ มาทำเรื่องแบบนี้ที่ ที่ทำงานที่พึ่งย้ายกลับมาทำงานได้ ไม่ถึงปี   และงานนี้ ก็เป็นเพียงงานจำเป็นเท่านั้น  ไม่ใช่หน้าที่ตรงผมด้วยซ้ำ 

     

                    สรุป        คือ กรรมการ ยังไม่สรุปผลสอบสวน  แต่เขาบอกว่า งานนี้ต้อง มีคนรับผิดชอบคนเดียว(แพะ)  เพราะ ไม่งั้นจะเป็นจำเลยกันทั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาล  หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าเวร  ตัวผม  สรุป  ผมคนเดียวต้องรับผิดชอบ 

     

                คำถามนะครับ   

     

    1.      เป็นผมคนเดียวหรือครับ ที่ต้องรับผิดชอบ คดีนี้ หรือ  คนอื่นล่ะครับ

    2.      นี้เป็นคดี ลักทรัพย์หรือ เป็นการปฎิบัติหน้าที่มิชอบ  หรืออะไร  ทำไมทุกคนบอกว่าเป็น ยักยอก ทรัพย์

    3.      โทษสูงสุดที่ผมจะได้รับคืออะไรครับ  ทั้ง วินัย และ อาญา 

    4.      การลักวัตถุออกฤทธ์ ที่มี พรบ. ควบคุมเฉพาะ  โทษต่างหรือไม่ กับการลักทรัพย์ทั่วไป  หรือ ยาทั่วไป  (เพราะทุกคนก็ถือว่าลักยา ทั้งนั้นครับ ในความเป็นจริง คือมีความผิดพลาด แต่แก้ไข ตัดให้ตรง )

    5.      กระบวนการเรียกร้องความยุติธรรม มีหนทางใดบ้างครับ เพราะตอนนี้ผมเป็น จำเลยสังคม เรียบร้อยแล้ว  โดนย้ายจุดทำงาน โดนห้ามขึ้นเวร และอื่นๆ

    5.1      ถ้าถูกให้พักราชการ หรือให้ออกไว้ก่อน  จะร้องต่อสู้ ได้ในกรณีใดบ้าง ที่จะไม่ออกจากราชการ  ร้องศาสปกครอง หรือส่วนงานราชการใด

    5.2      หาก โดน กรณี คดี อาญา ว่าลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์   ผมจะ ต่อสู้ได้ยังไง  โดยยังคงสถานะภาพข้าราชการอยู่   ซี เจ็ด ประกันตัวได้มั้ยครับ

    5.3      ผมมีช่องทางอื่นใดเรียกร้องความเป็นธรรม หรือต่อสู้บ้างครับ  ในทุกๆด้าน ทั้งด้านวินัยราชการ  ด้านศาล และอื่นๆ  ขอคำแนะนำด้วยครับ  ผมไม่อยากถูกให้ออกจากราชการ        ใครๆ บอก ว่าให้ผมทำใจ ยังไงก็แพ้  หลักฐานมัดตัว  คราวเคราะห์แล้ว  เขา ต้องการให้ผมรับโทษคนเดียว 

    5.4      สุดท้าย ผมมีโอกาสชนะไหมครับ  หรือ ปิดประตูแพ้  ครับ 

    5.5      ผมควรปรึกษา และขอคำแนะนำจากใครครับ (เครียดมาก อยากตาย

    (ขอความกรุณาด้วยนะครับ  คำแนะนำของท่าน กำลังช่วยข้าราชการคนหนึ่ง ที่มีภาระรับผิดชอบ ลูกสองคน บิดามารดา ที่มีโรคประจำตัว  ได้โปรดเถอะครับ)

     

    *******ผมบกพร่องในหน้าที่เลินเล่อ ที่ทำตามธรรมเนียมเดิมๆ โดยไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ แต่  ผมยืนยันครับ ว่าผมไม่ใช่ หัวขโมย  ผมไม่ใช่หัวขโมย ครับ*********

     

    คำตอบ

    1.  ถ้าฟังตามที่เล่ามา ก็คงต้องเป็นคุณคนเดียวแหละที่จะต้องรับผิดชอบ  เพราะในสายตาของคนอื่น เขาก็ต้องมองว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นคนเอาไป คุณจะทำหลักฐานเท็จ ว่ามีการเบิกเกินกว่าที่เบิกจริงไปทำไม

    2. ก็คงเป็นความผิดทางวินัย และความผิดทางอาญา  ที่เขาว่าเป็นการยักยอก ก็เพราะเขาถือว่ายานั้นอยู่ในความครอบครองของคุณ เมื่อคุณเอาไปเป็นประโยชน์ตัว (ตามที่เขาเข้าใจ) ก็เป็นการยักยอก  แต่ถ้าเขาไม่ถือว่ายานั้นอยู่ในความครอบครองของคุณ ๆ ก็จะโดนข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งจะมีโทษหนักกว่ายักยอกทรัพย์

    3. ทางวินัย ก็อาจถึงไล่ออก ส่วนทางอาญา ถ้าเขาฟ้องฐานยักยอก ก็มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี

    4. มีโทษเท่ากัน เว้นแต่เขาไปพบว่ายานั้นยังอยู่ในความครอบครองของคุณ (เช่นพบที่บ้าน) หรือคุณเอาไปขายให้คนอื่น คุณก็อาจมีความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครอง หรือจำหน่ายยาเสพติด

    5. หาทนายความที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือหนทางที่ดีที่สุด

     5.1 ถ้าถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ก็อาจร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ได้

      5.2  คงยาก

      5.3 ก็ต้องหาทนายความตามที่บอกไว้ในข้อ 5

      5.4 ยังมองไม่เห็นทาง

       5.5 ทนายความ

       การที่คุณพบสิ่งผิดปกติ และรู้อยู่แล้วว่ายานั้นเป็นยาเสพติด แต่คุณยังแก้ไขรายงานเพื่อปกปิดความจริงไว้ นั้น เป็นการกระทำที่เหมือนวางแผนเพื่อให้ร้ายตัวเองแท้ ๆ


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    7 เมษายน 2550