ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    047362 มรดกพ่อamara6 กรกฎาคม 2555

    คำถาม
    มรดกพ่อ

    ดิฉันได้เคยถามไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าพ่อได้ซื้อบ้านปี 2536 ต่อมาปี 2537 ได้เอาชื่อแม่เลี้ยงเข้าร่วม พอปี 2538 พ่อได้จดทะเบียนกับแม่เลี้ยง แต่พอมาปี 2552 พ่อได้ทำพินัยกรรมไว้ให้ แบบเขียนเอง มีวัน เดือน ปี เขียน ณ ที่บ้าน

    และยังมีลายเซ็นพ่อ และแม่เลี้ยง และพยาน 1 คน เซ็นยกบ้านให้ ในพินัยกรรมพ่อเขียนว่ายกให้แก่บุตรทั้ง 4 คน แต่แม่เลี้ยงไม่ได้ แต่มาตอนนี้เขากับจะฟ้องเอา ส่วนในใบนส.3 นั้น มี 46 ตารางวา และพ่อได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเพื่อต่อให้หลังบ้านกว้างขึ้น แต่พอมาปี 2555 พ่อได้เสียลง แม่เลี้ยงจะฟ้องเอาบ้านคืนทั้งหมดบอกว่าพ่อหลอกให้เขาเซ็น พี่สาวเลยขอเป็นผู้จัดการมรดกส่วนของพ่อ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา และแม่เลี้ยงก็ขอเป็นผู้จัดการมรดกส่วนของพ่อเหมือนกัน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2555 ที่ผ่านมา และแม่เลี้ยงได้ยื่นเอกสารบอกว่าพ่อไม่มีทายาทและขายรถไปโดยไม่แบ่งเขา แต่ที่จริง ตอนขายรถ พ่อยังมีชีวิตอยู่ เพราะพ่อเพิ่งเอารถไปเข้าไฟแนนท์ได้ประมาณ 2-3 เดือน พี่สาวได้บอกกับแม่

    เลี้ยงแล้วว่าจะขายรถเอาเงินมารักษาพ่อ และชำระหนี้ของพ่อ ขายรถได้มา550,000 บาท หักค่ารีไฟแนนท์พ่อ 370,000 บาท เหลือเงินมา 180,000

    แต่สุดท้ายพ่อก็สิ้นลม เงินที่เหลือเลยเอามาจัดงานศพ โดยที่แม่เลี้ยงไม่เคยช่วย

    เหลือเลย แต่ทำไมเจอทนายแม่ เมื่อวานนี้ เขากับบอกว่าให้รีบขายและเอาเงินมากองไว้ก่อนและแบ่งเป็นส่วนๆไป พี่สาวเลยบอกว่าแบ่งกันคนละครึ่ง แต่เขาไม่ยอม เขาบอกให้เอาเงินมากองไว้ก่อน ถามแม่แม่ก็พูดเหมือนทนาย แต่แม่เลี้ยงบ้านเขาอยู่จันทบุรี ไม่ได้อยู่ที่บ้านพ่อลพบุรี ส่วนบ้านนั้น พี่สาวอยู่ ขอถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ

    1. และถ้าเขายื่นข้อเสนอแบบนี้ คือว่าเขาจะเอาส่วนของพ่ออีกใช่ไหมค่ะ

    2.พี่สาวก็เป็นผู้จัดการมรดกส่วนของพ่อ และแม่เลี้ยงก็เป็นผู้จัดการมรดกส่วนของพ่อเหมือนกัน ทำไมพี่สาวไม่มีสิทธิเหรอค่ะ

    3.เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครชนะ หนูไม่เข้าใจและศาลจะเรียกอะไรอีกหรือเปล่า

    เห็นบางคนบอกรอ 2-3 ปีค่ะ

    4.ตอนที่แม่เลี้ยงขึ้นศาล พวกหนูไม่ได้ไปคัดค้านตามที่ทนายบอก พวกหนูจะ

    แพ้หรือเปล่า

    5.เขามีสิทธิได้ครึ่งเดียว หรือได้ในส่วนของพ่ออีกค่ะ

    6.และเรื่องรถได้ขายใช้หนี้ให้พ่อ และรักษาพ่อ และจัดงานศพให้พ่อ หนูมีหลักฐานการจ่ายหนี้ของพ่อค่ะ และเขามีสิทธิเรียกร้องอะไรอีก เพราะขายตอนพ่อยังมีชีวิตอยู่ แม่เลี้ยงก็รับรู้ แต่ทำไมฟ้องจะเอาส่วนแบ่งการขายรถอีกไม่เข้าใจ

    7.และที่ดินที่พ่อได้ซื้อเพิ่มเขามีสิทธิได้หรือเปล่าค่ะ เพราะซื้อเพิ่มตอนปี 2539 เป็นพ่อซื้อมีใบซื้อขาย ขอบพระคุณมากค่ะ หนูกลุ้มใจมากค่ะ อยากให้เรื่องมันจบ ซักทีค่ะ ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

    คำตอบ

    1. เวลาที่ใครเขายื่นข้อเสนออะไรน่ะ ต้องฟังดูให้ละเอียด ถ้ามีเอกสารก็ต้องอ่าน จะไปเที่ยวได้เดาใจว่าเขาจะเอาอะไรบ้างไม่ได้หรอก  และอะไรที่ยังไม่แน่ใจว่าถูกต้อง ก็อย่าได้ไปลงชื่อในเอกสารอะไรเป็นอันขาด

    2. การเป็นผู้จัดการมรดกนั้นต้องให้ศาลตั้ง ไม่ใช่ตั้งกันเองหรือนึกเอาเองว่าได้เป็น  ถ้าพี่สาวคุณยังไม่ได้รับการแต่งตั้งจากศาล ก็ยังไม่ได้เป็น และถ้าแม่เลี้ยงเขาไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ตั้งเขาเป็นผู้จัดการมรดก คุณก็ต้องไปคัดค้าน หรือจะไปเสนอตัวเข้าเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันก็ได้

    3. การจะรู้ว่าใครชนะน่ะไม่ยาก ถึงเวลาที่ศาลนัด ก็ไปตามที่ศาลนัด ถ้าศาลตัดสินคุณก็จะรู้เองว่าใครชนะ  แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้กฎหมาย ก็ควรหาทนายความไปช่วยดูแลให้ แต่อย่าไว้ใจทนายปล่อยให้เขาไปศาลคนเดียว คุณควรต้องไปด้วย สำหรับการตั้งผู้จัดการมรดกนั้นใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าฟ้องร้องแย่งมรดกกันก็ใช้เวลานานหน่อย

    4. ถ้าคุณไม่ได้ไปศาล เพื่อไปคัดค้าน ป่านนี้ศาลอาจตั้งเขาเป็นผู้จัดการมรดกคนเดียวไปแล้วก็ได้

    5. อะไรที่เป็นสินสมรส เขาก็มีสิทธิเป็นของเขาครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าพ่อคุณทำพินัยกรรมยกให้คนอื่นหมดหรือเปล่า ถ้ายกให้หมดแล้วเขาก็ไม่ได้อีก แต่ถ้ายกให้ไม่หมด ส่วนที่เหลือ เขาก็ยังมีสิทธิได้อีก

    6. ถ้าเป็นการขายโดยพ่อคุณยินยอม ก็ไม่มีใครมีสิทธิได้อะไรอีก เพราะเท่ากับพ่อคุณใช้ไปหมดแล้ว

    7. ถ้าซื้อในระหว่างสมรส ก็เป็นสินสมรส เขาก็มีสิทธิครึ่งหนึ่ง 


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    6 กรกฎาคม 2555