ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    015155 เกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขายบ้านชัฎภัสสร13 ตุลาคม 2548

    คำถาม
    เกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขายบ้าน

    เรียนอาจารย์มีชัยที่นับถือ

    ดิฉันมีปัญหาดังนี้ค่ะ คือดิฉันมีบ้านอยู่ 1 หลังเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 51 ตรว และยังเป็นหนี้ ธอส อยู่ประมาณ 1 ล้านบาทและตอนนี้ดิฉันมีปัญหาต้องนำเงินมาใช้หนี้ ก็เลยประกาศขายบ้าน ในราคา

    1.6 ล้านบาท ก็มีคนมาสนใจทำสัญญาจะซื้อจะขาย โดยมีข้อแม้ในการทำสัญญา เขาจะซื้อในราคา

    ที่ดิฉันต้องการ แต่ขอเวลาปรับปรุงบ้านของดิฉันเป็นเวลา 4 เดือน คือทำสัญญาโดยวางเงิน 20,000

    บาท เป็นเงินมัดจำซึ่งดิฉันก้เห็นว่า เขาอยากจะซื้อจริง ๆ และให้ราคาที่ดิฉันพอใจ ก็เลย ok โดยใน

    สัญญาเขียนดังนี้ ว่าผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อเข้าไปตกแต่งปรับปรุงบ้านได้โดยมิขัดข้อง และจะโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินภายในเดือนพฤศจิกายน 2548 แต่ถ้าหากว่าผู้จะซื้อไม่สามารถโอนกรรม

    สิทธ์ในระยะเวลา 4 เดือนได้ก็จะขอยืดระยะเวลาออกไปได้อีก 60 วัน โดยจะเสียค่าปรับให้ 20,000 บาท  ในขณะเดียวกันถ้าผู้จะขายผิดสัญญาไม่สามารถไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียน

    ตามกำหนด ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อฟ้องศาลบังคับให้เป็นไปตามสัญญา และยอมใช้ค่าเสียหายให้

    แก่ผู้จะซื้ออีก 60,000 บาท ด้วย เท่าที่อาจารย์ได้อ่านอาจารย์รู้สึกเหมือนคนอื่นไหมคะว่าดิฉันถูก

    สัญญาเอาเปรียบมาก ๆ เลย เพราะดิฉันต้องการเงินไปชำระหนี้สิน แต่ดิฉันต้องรอ 4 - 6 เดือน

    ดิฉันอยากให้อาจารย์แนะนำ หรือหาทางออกให้ดิฉัน เกี่ยวกับสัญญาฉบับนี้ ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่

    31 กรกฎาคม 2548 และวันนี้หนูได้เข้าไปดูที่บ้าน ปรากฏว่ายังมิได้มีการตกแต่งปรับปรุงใด ๆ

    ทั้งสิ้นซึ่งหนูเกรงว่า จะทำไม่เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ซึ่งดิฉันต้องใช้เงินชำระหนี้  

     แต่บริเวณรอบบ้านกลับรกไปด้วยไม้ คล้ายกับจะทำ แต่ไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ที่บ่งบอกว่าจะทำการ

    ปรับปรุงเลย แถมน้ำไฟยังถูกตัด ถูกยกหม้อไปอีกต่างหากค่ะ ดิฉันรู้สึกเสียใจมากด้วยความ

    รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในตอนทำสัญญาฉบับนี้ และที่สำคัญที่หน้าบ้านดิฉันได้ติดป้ายขายบ้านของ

    ดิฉันโดยใส่เบอร์โทรศัพท์ของคนอื่นอีกทีนึง  การกระทำอันนี้ถูกต้องหรือไม่คะ และดิฉันจะขอ

    ยกเลิกสัญญาได้หรือไม่  และในการทำสัญญาจะซื้อจะขายต้องมีกำหนดเวลาเท่าไหร่คะ ช่วย

    แนะนำหนูด้วยนะคะว่าหนูจะทำอะไรได้บ้างกับสัญญาฉบับนี้ กับคนเหล่านี้ เพราะหนูกลัวขึ้นโรง

    ขึ้นศาลมากเลยค่ะ  

    และดิฉันก็มีเรื่องสัญญากู้เงินอีก 1 ฉบับ ที่เกี่ยวเนื่องกับบ้านหลังนี้ค่ะ คือหลังจากทำสัญญาจะซื้อ

    จะขายได้ 1 เดือน ดิฉันก็เดือดร้อนต้องใช้เงิน 1 แสนบาท ก็เลยคิดว่าจะขอเป็นเงินมัดจำเพิ่มจาก

    คนซื้อ เพราะคิดว่าอย่างไรซะเขาก็ต้องซื้อแน่  แต่เขาบอกว่าเขาไม่มีเงิน แต่เขาจะหาให้ร้อยละ

    10 บาท ดิฉันก็ ok เพราะไม่มีทางเลือก ซึ่งต้องใช้เงิน ก็เลยทำสัญญาขึ้น 1 ฉบับ เป็นสัญญาก็ยืม

    เงิน โดยมีข้อความว่า ผู้กู้ได้กู้ยืมเงินไปเป็นจำนวนเงิน 130,000 บาท (เงินต้น 100,000 + ดอกเบี้ย

    3 เดือน 30,000) แต่ไม่ได้ระบุดอกเบี้ย แต่ในสัญญาระบุว่า จะยอมชำระดอกเบี้ยทุกวันที่ 20 ของ

    ทุกเดือน กำหนดคืนเงิน 20 พฤศจิกายน 2548 โดยระบุหลักฐานในการกู้เงินเป็นโฉนดบ้านที่ดิฉันจะขาย แต่ติดจำนองอยู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

    สำหรับสัญญาจะซื้อจะขาย  มีผู้เซ้นเป็นพยานเป็นพ่อของดิฉัน และภรรยาของผู้จะซื้อ ส่วนสามีดิฉันเซ้นมาก่อนที่จะเขียนสัญญา  ส่วนสัญญากู้เงินมีพยานคือภรรยาของผู้จะซื้อคนเดียว ซึ่งสามี

    ดิฉันก็ไม่ทราบด้วยว่าดิฉันทำแบบนี้ค่ะ ดิฉันทุกข์ใจมากเลยค่ะ กลัวทุกอย่าง ขอกราบรบกวน

    อาจารย์ช่วยชี้แนะ แนะนำให้ดิฉันมีวิธีต่อสู้ต่อรองด้วยเถอะค่ะ จะขอบพระคุณมากค่ะ

                                                                                          ชัฎภัสสร

     

     

     

     

     

     

     

     

    คำตอบ

    เรียน คุณชัฏภัสสร

           สัญญาที่คุณทำนั้นนอกจากจะเสียเปรียบแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อมิได้มุ่งหมายที่จะซื้อเองหากแต่ซื้อไปเพื่อขายต่อ โดยอ้างการซ่อมแซมเป็นเครื่องถ่วงเวลา ดังนั้นถ้าภายในกำหนดเวลาเขาหาคนซื้อไม่ได้ เขาก็คงผิดนัดกับคุณ   ส่วนสัญญากู้เงินนั้นจะมีใครเป็นพยานหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แต่ก็มีผลผูกพันได้  ทางที่ดีควรไปปรึกษาทนายความให้เขาช่วยศึกษาดูลู่ทางไว้ล่วงหน้าทั้งสองกรณี

     

     


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    13 ตุลาคม 2548