ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก
  •  
  • แบ่งที่ดิน
  •  
  • ขาดคุณสมบัติรับราชการ
  •  
  • การทำนิติกรรม
  •  
  • ถ้าคู่สัญญาทำผิดสัญญา ผู้ค้ำประกันบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    013990 ที่ดินจำนองลูกกตัญญู15 พฤษภาคม 2548

    คำถาม
    ที่ดินจำนอง

    เรียน  ท่านมีชัย

                   ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ดินที่ถูกจำนอง  เมื่อประมาณ พ.ศ 2527 พ่อของดิฉันได้บังคับให้แม่นำที่ดินมาค้ำประกัน ในการดำเนินการธุรกิจ เป็นเงินประมาณ 48,000 บาท  ซึ่งที่ดินผืนนั้นเป็นชื่อของแม่ เป็นมรดกที่ตกทอดมาจากตายาย เอกสารที่ดินฉบับนั้นไม่เป็นโฉนด แต่เป็น นส.3 ซึ่งได้นำค้ำประกัน  และในขณะนี้พ่อของดิฉันได้แยกทางกับแม่ไป เมื่อปี 2536 -37 และเขาก็ไม่ได้ส่งเสียอะไรเลย  หลังจากนั้นมาประมาณ ปี พศ. 2544 - 45 แม่ดิฉันพยายามติดต่อเพื่อขอถ่ายถอนคืน  ซึ่งทางฝ่ายที่รับจำนองก็ได้บอกไว้ ยินดีที่จะให้ถ่ายถอน โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่จะขอเป็นเงิน 50,000 บาท ทางแม่และดิฉันก็พยายามที่จะหาเงินเพื่อถ่ายถอนที่ดินนั้นให้กลับคืนมา แต่ก็ใช้เวลาพอควรกว่าที่จะรวบรวมเงินได้  หลังจากนั้นฉันได้มีโอกาสติดรถไปกับเพื่อนก็ได้เจอกับผู้ที่รับจำนอง ได้คุยถึงเรื่องที่พ่อได้นำที่ดินมาจำนอง ซึ่งเขาก็ยังคงยืนยังเหมือนเดิม ว่าต้องการเงิน50,000 บาท เหมือนเดิม และบอกว่าครั้งต่อไปให้ติดต่อกับแฟนของเขา  ด้วยดิฉันต้องทำงานโอกาสที่จะเดินทางไปหาเขาก็ยาก จนทางที่ทำงานมีโอกาสที่จะเดินทางไปก็ได้โทรไปนัดเขาว่า เราต้องการที่จะนำเงินไปไถ่ถอนที่ดินคืนกลับมา ช่วยเตรียมเอกสารให้ด้วย เนื่องจากเวลาที่อยู่จังหวัดนั้นจำกัด  ดิฉันเดินทางไปถึงจังหวัดนั้นแล้ว ก็โทรนัดเวลาอีกครั้งก่อนที่จะเข้าไปพบ เพื่อให้เขาเตรัยมเอกสารจะได้ทันเวลา ในขณะที่ฉันไปพบได้ชวนพี่ที่ทำงานไปด้วยเพื่อที่จะเป็นพยาน และได้พบกับคนที่ได้รับมอบหมายติดต่อซึ่งไม่ใช่เจ้าของเรื่อง เขาก็บอกว่าให้นำเงินให้ก่อนแล้วจะออกใบเสร็จว่าได้รับเงินแล้ว แล้วจะจัดการเอกสารที่ดินส่งให้ทีหลัง ซึ่งพี่ที่ไปด้วยก็บอกว่าน่าจะให้เสร็จเรื่องโดยนำสัญญาค้ำประกันที่พ่อและแม่ทำไว้ รวมถึงเอกสารที่ดิน นส3 มา ไม่น่านำเอกสารส่งตามไปทีหลัง ซึ่งทางเขาก็อ้างว่าหาไม่ทัน และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ให้ทนายเรื่องค้นหาเอกสารอีก ดิฉันไม่แน่ใจว่าเขามีอะไรหรือเปล่า ทำให้การติดต่อครั้งนั้นไม่ได้ผล และได้เล่าเรื่องให้กับแม่ดิฉันฟัง แม่ดิฉันได้ฟังเรื่องนั้นก็นำรายละเอียดนั้นไปปรึกษากับทนายที่คุ้นเคย ซึ่งทนายบอกว่า สัญญาค้ำประกันเมื่อดูแล้วมันหมดเวลา หรือทางกฏหมายที่เขาว่า หมดอายุความแล้ว ซึ่งมันเป็นสิทธิ์ของเราแล้ว ไม่จำเป็นที่เราต้องนำเงินไปให้ หรืออาจจะขอผ่อนผันว่าขอลดหย่อนเงินเหลือสักครึ่งจะได้ม้ย และเมื่อครั้งล่าสุดทางผู้ค้ำประกัน (เจ้าของเรื่อง)เขาโทรมาหาดิฉันบอกว่าจะมาดูที่ดินและจำนำนายทหารระดับพลเอกมาดำเนินการเรื่องที่ดินด้วย ดิฉันได้บอกแม่และแม่ก็ได้ติดต่อไปว่าจะหาเงินมาให้แต่ต้องใช้เวลา  ตอนนี้ฉันควรจะทำอย่างไรดี  เพื่อที่จะนำที่คืนมาให้เร็วที่สุด      อย่างน้อยที่ดินผืนนั้นจะได้มาเป็นที่อาศัยของแม่ต่อไป  ขอความกรุณาท่านช่วยแนะนำให้ทีนะคะ  เพราะตอนนี้สับสนเหลือเกินค่ะ ไม่รู้จะปรึกษาใครแล้วค่ะ

    คำตอบ

    เรียน ลูกกตัญญู

           ทางที่ดีในเบื้องต้น ควรขวนขวายหาสัญญาค้ำประกันนั้นมาอ่านดูให้ละเอียดว่าค้ำประกันอย่างไร เป็นจำนวนเงินเท่าไร มีเงื่อนไขหรือระยะเวลาอย่างไร แล้วจึงดำเนินการเพื่อถอนตัวออกจากการเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งก็คงต้องทำโดยวิธีการชำระหนี้ตามที่ค้ำประกันไว้  ที่ให้ดูสัญญาเสียก่อนก็เพราะไม่รู้ว่าค้ำประกันหนี้อย่างมีจำนวน หรือไม่มีจำนวน บางทีถ้าไปค้ำประกันโดยไม่มีจำนวน การไปชำระหนี้เพียงบางส่วน อาจจะยิ่งเป็นปัญหาขึ้น

           ในการถอนตัวออกจากการค้ำประกัน นั้น สิ่งที่ต้องระมัดระวังให้จงหนัก ก็คือ ต้องได้หนังสือสัญญาค้ำประกันนั้นคืนมาพร้อม ๆ กับการชำระหนี้เขา  อย่าได้ไว้วางใจใคร (แม้แต่กับพ่อแม่) ด้วยวิธีการชำระเงินไปก่อน แล้วรอรับเอกสารในภายหลัง  ถ้าเขาบอกว่าเอกสารเขาหายหาไม่พบ ก็ต้องทำเป็นเอกสารขึ้นใหม่ ระบุรายละเอียดว่าได้มีการชำระหนี้รายที่ค้ำประกันเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหนี้ไม่ติดใจที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดอีกไม่ว่าจะเป็นหนี้รายใดหรือจำนวนเท่าใด ถ้าเขายึด นส.๓ ไว้ ก็ต้องเอาคืนมาให้ได้ ถ้าเขาบอกทำหายก็ต้องไปแจ้งความพร้อมกัน และนำหนังสือแจ้งความนั้นไปออก นส.๓ ใหม่ในทันที


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    15 พฤษภาคม 2548