ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การควบรวมท้องถิ่นในเขตตำบลเดียวกัน
  •  
  • ปัญหากฏหมาย
  •  
  • ทางเดินสาธารณประโยชน์
  •  
  • การชำระค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด
  •  
  • คดีฉ้อโกง
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    051287 ขอเสนอแนวทางของรัฐธรรมนูญที่น่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขนายปฏิการ มหัทธนารักษ์26 ตุลาคม 2558

    คำถาม
    ขอเสนอแนวทางของรัฐธรรมนูญที่น่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

    เรื่อง          ขอเสนอแนวทางของรัฐธรรมนูญที่น่าจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขกราบเรียน  ท่านมีชัย  ฤชุพันธุ์

    ปัญหาใหญ่ที่น่าเป็นกังวลที่สุดคือจะทำอย่างไรให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปรองดองและอำนาจอธิปไตยมีการคานกันได้อย่างแท้จริง การที่จะทำให้ 2 ประเด็นใหญ่นี้เกิดขึ้นได้จริง ระบบการเข้าสู่อำนาจของผู้บริหารประเทศต้องเปลี่ยนจากเดิมที่มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีการแบ่งเป็น 2 ขั้วแบบเดิม คือมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่จะต้องให้ประชาชนเป็นผู้เลือกบุคคลที่จะทำหน้าที่ฝ่ายบริหารโดยตรง และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาเป็นผู้เฝ้าระวังการทำงานรัฐบาลและทำหน้าที่นิติบัญญัติ

    ในอดีตคณะรัฐบาลมักจะมาจากหลายพรรคการเมืองเป็นแบบสมานฉันท์เพื่อประโยชน์ของแต่ละพรรค แม้ประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันจะไม่ดีนักแต่ก็มีการคานกันเองป้องกันการรวบอำนาจ ต่อมาเมื่อปรากฏว่าพรรคการเมืองเดียวสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ปรากฏการณ์ใหม่ก็เกิดขึ้นเกิดการนำนโยบายประชานิยมมาใช้เพื่อครอบครองอำนาจให้ยาวนาน เกิดการแก้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคและพวก กลายเป็นความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง ดังนั้นหากยังคงแนวคิดให้อำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารมีที่มาจากประชาชนกลุ่มเดียวกัน ก็จะไม่สามารถคานกันอย่างสมดุลใน 3 อำนาจ เมื่ออำนาจนิติบัญญัติจับมืออย่างกลมเกลียวกับอำนาจบริหารแล้ว ฝ่ายค้านก็อาจทำอะไรไม่ได้เลย อำนาจตุลาการที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการตุลาการและโปรดเกล้าโดยพระมหากษัตริย์ก็ไม่อาจคานกันได้

    ดังนั้นแนวคิดในการคานอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร ต้องทำให้ที่มาของบุคคลที่จะมาใช้อำนาจต้องมาจากประชาชนที่มีความแตกต่างกันบ้าง และแยกผู้สมัครที่จะเป็นตัวแทนใช้อำนาจนิติบัญญัติและตัวแทนใช้อำนาจบริหารออกจากกันเป็น 2 บัญชี โดยตัวแทนใช้อำนาจนิติบัญญัติหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เลือกตั้งแบบเดิมที่เคยดำเนินการมา ส่วนตัวแทนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีต้องเป็นคะแนนเสียงทั่วประเทศแบบเขตเดียวโดยไม่มีฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลอีกต่อไป ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสูงสุด 70 ท่านแรกถือว่าเข้ารอบและจะมีกระบวนการลงคะแนนกันเองเพื่อฟอร์มเป็นคณะรัฐมนตรีต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นคณะรัฐมนตรีก็อาจเป็นสำรองเผื่อผู้ที่เป็นมีเหตุต้องออกจากการเป็นรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาจะเป็นผู้คอยดูแลและตรวจสอบการทำงานของคณะรัฐมนตรี โดยต้องมีการบัญญัติบทบาทหน้าที่และเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้การทำงานของทั้ง 2 อำนาจนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีที่มาจากประชาชนทั้งประเทศคงต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ถูกลงมติไม่ไว้วางใจทั้งคณะและสามารถทำงานครบวาระ หากจะมีบางรัฐมนตรีที่ไม่เข้าตาถูกลงมติปลดออกไปบ้างก็มีตัวสำรองรออยู่แล้ว

    ส่วนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนผู้ใช้อำนาจบริหาร หากทำได้ก็ขอให้ผู้ที่จะใช้สิทธินี้ได้ต้องเป็นข้าราชการ, ผู้ที่เสียภาษีทางตรงให้แก่รัฐ หรือเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากไม่สามารถกำหนดให้ผู้ที่จะใช้สิทธินี้มีจำนวนน้อยลงเหลือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อาจทำให้ได้ตัวแทนที่มีตำหนิบ้าง แต่ก็ต้องผ่านด่านการคัดเลือกกันเองเพื่อเข้าสู่การเป็นคณะรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง นอกจากนี้การมีฝ่ายค้านเต็มสภาก็จะช่วยให้ผู้ที่จะอาสามาบริหารประเทศต้องคิดหนัก หากได้คณะรัฐมนตรีที่มีคุณภาพแล้วค่าตอบแทนของผู้ที่เข้ามาช่วยบ้านเมืองก็ควรมีการกำหนดให้สูงขึ้นทั้ง 3 อำนาจ คือทั้งฝ่ายบริหาร, ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

    ผลดีอย่างยิ่งของการแยกอำนาจและการใช้เขตเลือกตั้งเขตเดียวทั้งประเทศสำหรับผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารจะทำให้การใช้เงินเพื่อซื้อเสียงทำได้ยากยิ่งขึ้นและน่าจะไม่คุ้มค่าของการลงทุน กลไกอื่นๆที่จะทำให้แนวคิดนี้ปฏิบัติได้โดยมีผลเสียน้อยกว่าผลดีก็ขอฝากให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาช่วยเสริมเติมแต่งให้สมบูรณ์

    จึงเรียนมาเพื่อเป็นทางเลือกของรูปแบบรัฐธรรมนูญที่จะช่วยสร้างความปรองดองได้อย่างยาวนานและสามารถลืมอดีตที่เจ็บปวดได้

    คำตอบ

    มีชัย ฤชุพันธุ์
    26 ตุลาคม 2558