ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • 1.ความหมายของคำว่าเบิกความเท็จ คืออะไรครับ ช่วยยกตัวอย่างแบบเข้าใจง่ายๆหน่อยครับ คล้ายๆ ให้การเท็จต่อตำรวจหรือเปล่า 2.กรณีผมยื่นต่อศาลว่าญาติ มีเจตนา ยึดครองที่ดิน โดยใช้ความรู้สึกตนเองเป็นองค์ประกอบ อย่างนี้ เบิกความเท็จหรือเปล่าครับ ขอบคุณสำหรับค
  •  
  • วุฒิดุษฏีบัณฑิตสามารถนำไปเทียบรับตำแหน่งทางกฎหมายได้หรือไม่
  •  
  • กฎหมายทุจจริต
  •  
  • คนต่างด้าวถูกอายัดบัญชีธนาคาร
  •  
  • มรดก
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    052485 ร้องเรื่องคดีกัญจนจักก์ กุณฑี27 พฤษภาคม 2560

    คำถาม
    ร้องเรื่องคดี

    กราบเรียน ท่านมีชัย ฤชุพันธ์ประธานศาลัฐธรรมนูญ

                   ข้าพเจ้ามีเรื่องมีปัญหาความเดือดร้อน เรื่องการดำเนินคดี กับคู่กรณี ในเบื้องต้น ขออนุญาตกราบเรียนรบกวนท่านประธาน กรุณาช่วยเหลือให้คำแนะนำสั่งสอนด้วย โดยขออนุญาตแจ้งรายละเอียด รบกวนท่านดังนี้ ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างบริษัท A ข้าพเจ้าขออนุญาตท่านประธานใช้ชื่อนามสมมุติแทนชื่อจริงของบริษัท ข้าพเจ้าทำงานมานานเป็นเวลา8 ปี 1เดือน 13 วัน ที่บริษัทนี้ ไม่เคยมีประวัติความเสียหายใดๆ ไม่เคยทำผิดกฎระเบียบบริษัท ไม่เคยทำผิดศีลธรรม ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ไม่เคยเป็นที่เกลียดชังของใคร เป้นพนักงานดีเด่นของบริษัท 2 ปีซ้อน

                  ได้ถูกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดซึ่งอยู่ห่างบ้านที่พักอาศัย 60 กิโลเมตร ในตตำแหน่งใหม่ จากพนักงานอาวุโสเดิม เป็นผู้ช่วยผู้จัดการสาขาย่อยของบริษัท พอสิ้นเดือนรับเงินกลับโดนตัดเงินเดือนให้ได้รับเงินเดือนน้อยกว่าเดิม ไม่ยินยอมจ่ายค่าล่วงเวลา ไม่ยินยอมจ่ายค่าเข้ากะดึก ไม่ยินยอมจ่ายค่าความชำนาญ และลักลอบหักค่าจ้างเดือนละ 1500 บาทจนถึงเดือนละ 3300 บาทโดยไม่ทราบสาเหตุอ้างว่าขาดเงิน มาสายแต่พอคัดค้านกลับไม่ยินยอมชี้แจง ไม่ยินยอมแสดงหลักฐานใดๆ ตั้งแต่วันเริ่มทำงานสาขาย่อยของบริษัท A  ข้าพเจ้าทวงถามตลอดเวลากลับตอบว่า ไม่สามารถตรวจสอบได้ และบอกว่าถ้าใครไม่พอใจก็ลาออกไป ใครรับไม่ได้ก็ลาออกไป

                  ต่อมาบริษัท A ได้มีคำสั่งมายังผู้จัดการเขตภาคเหนือ ว่าบริษัทต้องการลดตำแหน่งข้าพเจ้า ต้องการลดเงินเดือนข้าพเจ้า ให้เท่ากับพนักงานเข้าใหม่หากไม่ยินยอมจะส่งไปอบรมกรุงเทพโดยออกค่าใช้จ่ายเอง และหากขัดขืนดื้อดึงไม่ยินยอมทำตามคำสั่ง ให้พิจารณาตัวเองลาออกไป ข้าพเจ้ารู้มาว่านายจ้างไม่สามารถลดเงินเดือนลูกจ้างได้ นายจ้างไม่สามารถลดตำแหน่งลูกจ้างได้ จึงไม่ยินยอมทำตาม มีหนทางเดียวต้อวลาออกเพราะผู้จัดการบอกว่า ถ้าไม่ยอมรับคำสั่งนี้จะทำงานอยู่ด้วยกันไม่ได้

                  หลังจากลาออกเพราะไม่ยอมรับการกระทำของนายจ้าง มีคำสั่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาทราบว่าทางนายจ้าง ทำผิดสัญญาจ้างลักลอบเปลี่ยนแปลงประวัติข้าพเจ้า ลักลอบเปลี่ยนระยะเวลาทำงานข้าพเจ้า ลักลอบเปลี่ยนวันเริ่มต้นทำงานของข้าพเจ้า ลักลอบเปลี่ยนวันลาออกงานข้าพเจ้า และยังแจ้งความอันเป้นเท้จต่อเจ้าพนักงาน แรงงาน ประกันสังคม ทำให้ข้าพเจ้าได้รับเงินว่างงานเพียง 1 ใน 4 ของเงินที่ควรจะได้ ร้องเรียนประกันสังคมปฎิเสธรับผิดชอบให้ไปถามนายจ้าง

                ข้าพเจ้าติดต่อนายจ้างทางจดหมายร้องเรียนโดยละเอียดกลับเงียบเฉย  ผ่านไป 3 เดือน ข้าพเจ้าไปแจ้งความว่าฉ้อโกงปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์พนักงานสอบสวนถามหาเอกสารหลักฐาน ข้าพเจ้าไม่มี เขาบอกให้ไปหาหลักฐาน ไม่มีหลักฐานเหมือนแจ้งลอยๆไว้ เขาจะรับแจ้งไว้ให้ไปหาหลักฐานเอง ข้าพเจ้าบอกจะทำยังไง พนักงานสอบสวนบอกให้ศาลขอให้สิ

                 ข้าพเจ้าไปฟ้องศาลด้วยตนเอง ไปปรึกษษทนายแค่คุยไม่ถึงชั่วโมงจะเอาเงินค่าปรึกษา ค่าเขียนคำฟ้อง จะเอาเป็นหลักพัน ข้าพเจ้าไม่มี ทนายอาสาที่สำนักงานก็บอกว่ามันเป็นค่าธรรมเนียม ถ้าไม่รับให้ข้าพเจ้าไปเขียนฟ้องเอาเอง

                 ข้าพเจ้าไม่มีหลักฐานใดๆจึงเขียนคำร้องตามที่เขาแนะนำให้ศาลขอให้ พนักงานรับฟ้องบอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ของศาลเป้นหน้าที่โจทก์ ต้องไปเสาะหาเอง ศาลไม่มีหน้าที่ไม่เกี่ยวกับศาล ข้าพเจ้าบอกว่าขอให้ศาลขอให้ตามคำขอ พนักงานรับฟ้องบอกว่า โจทก์ต้องไปหาเอาเอง ข้าพเจ้าบอกว่าไม่มีเงอนทางหน่วยงานเขาบอกว่าต้องเสียเงิน พนักงานรับฟ้องบอกว่าไม่รู้ ก็ต้องเสีย ต้องมีค่าใช้จ่ายจะฟ้องคดีเขา ไม่ใช่หน้าที่ ของศาลหน้าที่โจทก์ ข้าพเจ้าบอกไม่มีตัง เขาบอกงั้นไม่รู้ไปปรึกษาทนายอาสาสิ ไปปรึกษานิติกรอัยการสิ  ข้าพเจ้าไปแล้วเขาบอกไม่ว่าง ถ้างั้นไปแจ้งความสิ ข้าพเจ้าบอกไปแจ้งนานแล้วแต่ไม่มีหลักฐานไปให้เขา ตำรวจบอกให้มาบอกให้ศาลขอให้ พนักงานรับฟ้องบอกว่าถ้าเช่นนั้นไปศูนย์ดำรงธรรมสิ ข้าพเจ้าบอกว่า ถูกหรือไปศูนย์ดำรงธรรม พนักงานรับฟ้องบอกก็ไปปรึกษาเขาสิ ครั้งที่ 1 พนักงานรับฟ้องบอกศาลไม่รับไปแก้ไขใหม่ ไปบอกชื่อจำเลยให้ละเอียดให่ม่ ไปแก้ไขคำร้อง คำแถลงใหม่ ไปแก้ไข คำนัดไต่สวนมูลฟ้องใหม่ ไปแก้ไข ไปแก้ไขคำขอพยานเอกสารจากจำเลยใหม่ ครั้งที่สองพนักงานรับฟ้องบอกไปทำมาใหม่ศาลไม่รับ ไปแก้ไขคำขอท้ายฟ้องใหม่  สำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยไปหามาเอง ใบทะเบียนบริษัทไปหามาเอง สำเนาทะเบียนบ้านจำเลยให้หาเอามาทุกคน ข้าพเจ้าถามใช้ที่อยู่บริษัทได้ไหมเพราะเขาเป็นพนักงานของบริษัท พนักงานรับฟ้องบอกไม่ได้ ให้หาทะเบียนบ้านของจำเลยทุกคน ให้สาลคำฟ้องและหมายให้จำเลยทุกคน แม้ว่าเขาจะอยู่บริษัทเดียวกัน ข้าพเจ้าบอกเอกสารสำเนาทะเบียนหน่วยงานเขาไม่ให้ เพราะเขาบอกว่าจะเอาไปดำเนินคดีอาญา รอหัวหน้าก่อน ให้ศาลทำหนังสือมาพนักงานรับฟ้องบอกก้ต้องรอเขา ข้าพเจ้าไปขอเอกสารรับรองจดทะเบียนบริษัทพานิชจังหวัดเขาไม่ให้เพราะบอกว่าจะเอาไปดำเนินคดี เขาบอกว่าพนักงานสอบสวน กับศาลขอได้ ข้าพเจ้าบอกขอได้ไหมเอาคำฟ้องให้เขาดู เขาบอกไม่ได้ ให้ทำเรื่องขอศาลมา ศาลขอได้ ข้าพเจ้าบอกว่าพนักงานรับฟ้องบอกไม่ได้ เขาตอบข้าพเจ้าว่าใครเป็นคนบอก เขาไม่รู้เรื่องหรอก    ข้าพเจ้าไปอ้อนวอนบอกว่าขอก่อนได้ไหม แล้วได้มาลดค่าธรรมเนียม

    ข้าพเจ้ามีเงิน 200 จะไปซื้อยาเลยจ่ายค่าะรรมเนียม เอกสาร

    มีคำถาม

    1.ข้าพเจ้าเข้าใจว่าถ้าโจทก์ขอให้ศาลเรียกเอกสารทุกอย่างในคดี ศาลย่อมทำให้ใช่หรือไม่

    2.สำเนาทะเบียนบ้านจำเลย+เอกสารรับรองจดทะเบียนบริษัทศาลขอให้โจทก์ ได้ใช่หรือไม่

    3.เอกสารสำคัญในคดีเป้นหลักฐานเพื่อฟ้องฝ่ายจำเลยศาลขอให้โจทก์ได้ใช่หรือไม่

    4.หน้าคำฟ้องย่อหน้าที่อยู่โจทก์ใส่ชื่ชื่อโจทก์ได้ 1 คน อีกสองคนใส่ตรงไหนถึงจะถูกมคนคนแรกเขียนข้าพเจ้าคนที่1 เป็นโจทก์ 

    5.ถ้าฝ่ายจำเลยมี 9 คน จะใส่อย่างไรครับ บรรยายไว้ตรงไหน ต้องใช้ที่อยู่ทะเบียนของจำเลยใช่หรือท่าน ใช้ที่อยู่ที่บริษัทได้ไหม เพราะฟ้องจำเลยในนามบริษัท

    6.การลงชื่อเซ็นชื่อในคำฟ้อง ในเอกสารทุกใบ โจทก์ต้องเซ็นหมดครบทุกคนใช่ไหม

    7.โจทก์ต้องเขียนคำฟ้องพร้อมหมายให้กับจำเลยทุกคนใช่ไหมสมมุติรวมบริษัทแล้ว10 สำนวนคำฟ้องใช่ไหมท่าน

    8.ในเอกสารคำร้องมุมด้านซ้ายบอกว่าเป้นเอกสารเรื่องอะไรและให้ดจทก์เซ็นชื่อกำกับไว้ เหมือนการเขียนรับรองสำเนาถูกต้อง ใช่หรือไม่ท่าน

    9.ถ้าเขียนคำร้องบอกว่าเรื่องการขอเป็นโจทก์ร่วม ปวิอ.มาตรา 4 วรรค 2 แล้วลงชื่อกำกับไม่ต้องเขียนใช่ไหม

    10.การเขียนส่งหมายไม่ต้องลงชื่อใต้ข้อความว่าเรื่องอะไรตรงมุมซ้ายใช่ไหมเพราะศาลจะได้ใช้พื้นที่เขียนคำสั่ง

    11.การเขียนหมายนัดมุลฟ้องข้าพเจ้าไม่สามารถกำหนดวันเวลาได้ใช่ไหมท่าน

    12.พนักงานรับฟ้องรับไปพิจารณาแล้วบอกว่าศาลไม่รับฟ้องได้ไหมท่าน

    13.การขอยกเว้นค่าะรรมเนียมพนักงานรับฟ้องบอกศาลอาจไม่ให้จริงหรือถ้าโจทก์เดือดร้อนยากจน จริงๆ

    14.พนักงานรับฟ้องตัดสินแทนศาลได้จริงหรือว่าจะรับไม่รับคดีที่ผู้เดือดร้อนฟ้องศาล

    15.ข้าพเจ้าไปหาทนายมาแล้ว ไปปรึกษาตามหน่วยงานแล้ว ท่านที่เคารพ ข้าพเจ้าไม่มีเงินให้เขา แค่เขียนคำฟ้องเขาจะเอาเป็นพัน ยังไม่รวมถ้าชนะคดี ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดี

    16.ข้าพเจ้ามีครอบครัวต้องดูแลหลายคน มีช่องทางใดที่จะทำฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมเรียกค่าเสียหาย ไปศาลแรงงานเขาบอกเขาไม่มีอำนาจให้ข้าพเจ้าไปฟ้องร้องเอง จะเป้นการขอมากไปไหม เป้นการรบกวนท่านประธานมากไปไหม ข้าพเจ้าอยากเห้นตัวอย่าง คำฟ้องคดีอาญา ท้ายฟ้องคดีอาญา บัญชีพยาน ตัวอย่างการเขียนคำร้อง ตัวอย่างการเขียนคำแถลง ตัวอย่างการเขียนปิดหมาย ตัวอย่างการเขียนนัดไต่สวนมูลฟ้อง ตัวอย่างการเขียนขอเป็นโจทก์ร่วม ตัวอย่างการเขียนหมายเรียกพยาน ตัวอย่างการเขียนวางไว้ตรงไหนโจทก์ 3คน จำเลย 10 คน

            ท่านประธานที่เคารพทั้งหมดนี้คือเรื่องจริงข้าพเจ้า1 คนเป็นคนพิการด้วย ข้าพเจ้าพึงบารมีของท่านประธานได้ไหม รบกวนเวลอันสูงค่าของประเทศชาติได้ไหม ท่านคือปรมาจารย์นักกฎหมายใช่ไหม ข้าพเจ้าเชื่อ หากท่านจะทำบุญทำทาน ขอผลทานของท่านเป็นของครอบครัวผู้ทุกขืยากของข้าพเจ้าได้ไหม

              ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นอย่างมาก

                 ด้วยความเคารพอย่างสูง

                 ได้โปรดปลดทุกข์ครอบครัวผู้เดือดร้อน 12 คน               

    คำตอบ

    คุณทำผิดพลาดตั้งแต่แรก (อาจจะด้วยความไม่รู้) คือไปลาออก แทนที่จะลาออก คุณควรนำปัญหาที่ประสบอยู่ตอนนั้นไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่แรงงาน ซึ่งเขาจะแนะนำคุณได้  แต่เมื่อคุณลาออกเสียแล้ว นายจ้างก็อยู่ในฐานะได้เปรียบ  สำหรับเอกสารที่คุณบอกว่านายจ้างได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน คุณก็น่าจะมีสลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการโอนเงินให้ที่จะสามารถแสดงได้ว่าคุณทำงานมาตั้งแต่เมื่อไร หรือมีพยานบุคคลที่จะยืนยันว่าคุณทำงานเมื่อไร ถ้านายจ้างแจ้งผิดไปจากนั้นก็อาจเป็นการแจ้งความเท็จ

         ในการฟ้องคดีนั้น โจทก์จะต้องมีเอกสารเบื้องต้นพอที่ศาลจะใช้เป็นฐานในการพิจารณาว่าจะรับฟ้องไว้หรือไม่ ถ้าคุณไม่มีอะไรเลย ศาลก็คงไม่รู้จะพิจารณาอย่างไร เมื่อยังไม่สามารถรับฟ้องได้ ศาลก็จะยังไม่มีอำนาจในการเรียกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้


    มีชัย ฤชุพันธุ์
    27 พฤษภาคม 2560